"แพทย์แผนจีน" รักษาอาการ ด้วยวิธีจีนโบราณ กับ วิศรุต จิตร์ศิริ (แม็ค) | Click on Crazy EP.6

บทสัมภาษณ์ Click on Crazy EP.6
วิศรุต จิตร์ศิริ (แม็ค) 
แพทย์แผนจีน และ เจ้าของ Mac Medical

Q : แนะนำตัวหน่อยค่ะ

A : ชื่อแม็ค วิศรุต จิตร์ศิริ นะครับ ตอนนี้ก็มีคลินิกแล้วก็เป็นเจ้าของบริษัทเข็มที่ใช้สำหรับการฝังเข็มครับ 

Q : การเรียนแพทย์แผนจีนเป็นอย่างไรบ้าง 

A : จริง ๆ ในตอนนั้นสายการเรียนแพทย์แผนจีนค่อนข้างใหม่ครับ เข้าไปเรายังไม่รู้เลยว่าเขาเรียนอะไรบ้าง แก็มีรุ่นพี่คอยแนะนำ ก็รู้สึกดีและสนุกครับ 

Q : ในช่วงระหว่างเรียนมีคนนอกสงสัยบ้างไหมว่าการเรียนแพทย์แผนจีนคืออะไร 

A : ก็มีแปลกใจบ้างนะครับ เพราะในสมัยนั้นยังไม่มีการเรียนแพทย์แผนจีนเยอะขนาดนั้น แต่ก็พอมีคนเข้าใจบ้างว่าการเรียนแพทย์แผนจีนคืออะไร 

Q : ในมุมมองของคุณแม็ค “แพทย์แผนจีน” คืออะไร

A : ถ้าอธิบายง่าย ๆ คือเป็นการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ เอาร่างกายของเราไปเปรียบเทียบกับธรรมชาติ มีร้อน เย็น อะไรแบบนั้นครับ ทุกอย่างจะอิงจากธรรมชาติเป็นหลัก แต่พอยุคสมัยใหม่ก็มีการเปรียบเทียบกับแพทย์แผนปัจจุบัน วิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนเรื่องของการรักษาที่อาจจะดูยิ่งใหญ่อาจจะเป็นที่มุมมองของแต่ละคน จริง ๆ แล้วบางอย่างสามารถไปต่อได้ แต่วิทยาศาสตร์อาจจะหมดวิธีการรักษาแล้ว การรักษาแพทย์แผนจีนมีหลายโรค การรักษาแพทย์แผนจีนอาจจะเป็นการเสริม ให้ผู้ป่วยมีชีวิตที่ดีขึ้น

Q : ตอนที่เราเรียนจบ “แพทย์แผนจีนรุ่นที่ 4” ในช่วงสมัยนั้นมีการดูถูกหรือไม่เข้าใจในสิ่งที่เราทำอยู่หรือไม่ 

A : ก็น่าจะมีครับ แต่เราก็ไม่สนใจในสิ่งที่เขาพูด เราแค่สนใจในสิ่งที่เราทำ เราแค่ต้องการรักษาคนไข้ให้หาย ทางนี้อาจจะเป้นทางเลือกสุดท้ายในการรักษาให้คนไข้หายป่วยก็ได้ 

Q :  จุดเริ่มต้นของการเป็น “แพทย์อาสา”

A : จุดเริ่มต้นจากการที่เราเปิดบริษัทเข็ม (ฝังเข็ม) แล้วเราเอาไปขายแล้วก็มีการถามผู้อำนวยการโรงพยาบาลว่าอยากทำพวกอาสาต่าง ๆ มีบ้างหรือไม่ ก็จะมีแถวแถบอีสาน ชาวบ้านต่าง ๆ ก็จะมารักษาตามบริเวณวัด วันหนึ่งก็ 100 – 200 คน เข้ามารักษา จริง ๆ ไม่ได้เหนื่อยมาก ทุกอย่างทำเป็นระบบ อย่างที่เชียงใหม่ก็จะไปอาสาเดือนล่ะครั้ง 2 ครั้งเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อย ๆ 

Q : มีเจอคนไข้เก่าบ้างไหม ตามที่เราไปทำอาสา

A : ก็เจอบ้างนะครับ ผมไปทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งแรกก็ไปตามบ้านที่แถวอีสาน ครั้งที่ 2 ก็ไปที่เขา พบเจอชาวดอย ครั้งที่ 3 ที่เรือนจำ คนไข้นักโทษก็จะมีการรักษา ก็จะเจอบ่อย ก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งในการทำอาสา บางเดือนก็ไปทำอาสาทุกอาทิตย์ ทำงานอาทิตย์ ถึงวันพฤหัส แล้วไปทำอาสาวันศุกร์ กลับวันเสาร์ 

Q : คุณแม็คได้อะไรจากการทำ “อาสา” 

A : มันคือความสุขที่อธิบายยากมากเลย มันเป็นเหมือนความอิ่มเอมใจ เหนื่อยก็จริงแต่เป็นความเหนื่อยที่เราสามารถต่อชีวิตของคนไข้ได้ ทำให้ผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตได้ดียิ่งขึ้น เราเหนื่อยแค่หนึ่งวันแต่เราสามารถทำให้ผู้ป่วยหายได้ 100 – 200 กว่าคน ทำให้เรามีความสุขจริง ๆ 

Q : ยกตัวอย่างการรักษาที่ทำให้รู้สึกดีใจ

A : จริง ๆ เป็นเรื่องปกติของการรักษาที่เวลาคนไข้หายแล้วเราจะรู้สึกดี วิธีการรักษาของผมจะไม่ใช่แพทย์แผนจีนโดยตรง แต่จะเป็นการรักษาฝังเข็มตะวันตก ทำให้คนไข้รู้สึกดีขึ้นตั้งแต่ตอนที่เราเอาเข็มออกเลย 

Q : มีคนไข้กลัวการรักษาหรือไม่ แล้วทำอย่างไร 

A : มีเยอะนะครับ แต่เราใช้การสื่อสารกับคนไข้ ว่าจริง ๆ แล้วมันไม่เจ็บขนาดนั้น แล้วเราก็ทำการรักษา คนไข้ก็เลยรู้สึกดีว่าไม่เจ็บเท่าที่คิดไว้ ก็จะมีคนไข้สงสัยว่าทำไมการรักษาถึงรวดเร็วขนาดนี้

Q : แล้วจุดเริ่มต้นของการเปิดบริษัท Mac Medical คืออะไร 

A : ด้วยความที่เราใช้เข็มฝังเข็มเยอะ และถ้าเราเอาเข้ามาเองน่าจะดีกว่า เราก็ศึกษาวิธีการนำเข้ามา และ วิธีการจดทะเบียน ผ่านองค์การอาหารและยา จริง ๆ แล้วตอนเริ่มต้นมีปัญหาค่อนข้างเยอะมาก ในการทำบริษัทต้องผ่านเกณฑ์ให้มันถูกต้อง อย่างตอนสถานการณ์โควิด-19 ระบบขนส่งสินค้าก็มีปัญหาค่อนข้างเยอะเหมือนกัน แต่ก็ผ่านพ้นมาได้ 

Q : อยากให้คำแนะนำสำหรับน้อง ๆ ที่สนใจอยากที่จะเรียน “แพทย์แผนจีน”

A : ดีนะครับ จริง ๆ เราเรียนเพื่อมารักษาคนในครอบครัวก็ได้นะครับ เรื่องปวดกับฝังเข็มคือวิธีที่ดีที่สุด คนไข้ปวดเมื่อยมานาน มาฝังเข็มก็หาย ก็ทำให้คนไข้หาย ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับความพยายาม มีเทคนิคต่าง ๆ รักษาให้ไว เห็นคนไข้หายป่วยเร็วก็มีความสุข อย่าไปมุ่งหวังกับเงินหรือสิ่งตอบแทนให้มาก ทำให้เต็มที่ไปก่อน 

Q : นอกจากเป็นคุณหมอ เจ้าของบริษัท คุณแม็คทำอะไรอยู่บ้าง

A : ก็ออกกำลังกาย ดำน้ำ เดินป่า ถ้าว่าง ๆ ก็ไปทำกิจกรรมบ้างครับ เราต้องดูแลตัวเองให้ดีก่อน ถ้าเราดูแลตัวเองไม่ดี เราก็ไปดูแลคนอื่นไม่ได้ 

Q : ให้คุณแม็คฝาก Mac Medical หน่อยค่ะ

A : ก็ไลน์นะครับ mac medical แล้วก็มีเพจเฟซบุ๊กด้วยนะครับ สามารถติดต่อได้นะครับ 

Q : อยากให้คุณแม็คฝากถึงน้อง ๆ ที่กำลังค้นหาตัวเองหรือกำลังเข้ามหาวิทยาลัย หน่อยคะ

A : สิ่งที่เราเลือกควรเป็นสิ่งที่เราชอบ ต้องใช้ใจฟัง ไม่ได้ใช้หัวฟัง ถ้าเราใช้หัวฟังเราก็จะคิดเยอะ แต่ถ้าเราชอบอะไร เราจะทำได้ดี แต่ถ้าเราเรียนไปแล้วเราไม่ชอบก็ต้องกลับมาดูตัวเองว่าเราชอบอะไรจริง ๆ กันแน่ ให้เรามีความสุขกับสิ่งเราชอบและสิ่งที่เราเรียน ส่วนตัวคิดว่าถ้าเราเรียนไปแล้วใกล้จบแล้วยังไม่ชอบก็ให้พยายามให้เรียนจบแล้วมาเริ่มต้นใหม่ 

.

.


.

.