นรกโชซอน เมื่อคนรุ่นใหม่ในเกาหลีใต้ มองประเทศตัวเองเหมือนนรก

ทำไมคนรุ่นใหม่ในเกาหลีใต้ มองประเทศตัวเองเหมือนนรก? จากผลสำรวจทัศนคติชาวเกาหลีใต้จำนวน 5,000 คน ราว 75% ที่พบว่าคนรุ่นใหม่รู้สึกเป็นกังวลกับชีวิตตัวเองมากกว่าคนรุ่นก่อน มองประเทศตัวเองเป็นเหมือนนรก อยากย้ายออกจากประเทศนั้น ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า เหตุใด ประชาชนประเทศเกาหลีใต้จึงมองประเทศตนเองเช่นนั้น

แม้สถิติจะเผยให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่เพศหญิงรู้สึกแย่กับประเทศจนอยากย้ายออกนอกประเทศมากกว่าคนรุ่นใหม่ที่เป็นเพศชาย แต่ก็ถือว่ามีจำนวนที่ไล่เลี่ยกันไม่แตกต่างกันอย่างชัดเจนนัก ดังนั้น ถ้ามองจากผลสำรวจพบว่าความอึดอัด คับแค้นใจที่คนรุ่นใหม่เผชิญ เป็นประเด็นที่ไปไกลกว่าเรื่องเพศ แต่เป็นเรื่องความไม่พอใจในวิถีชีวิตที่เป็นอยู่
.
โชซอนเป็นชื่อเรียกแทนอาณาจักรโชซอนที่มีกษัตริย์ปกครองเป็นประมุขสูงสุดของประเทศ มีระบอบการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่กษัตริย์มีอำนาจสิทธิขาดในการปกครองประเทศ ซึ่งมีคำเรียกอีกคำว่า Tal-Jo เป็นการผสมคำสองคำเข้าไว้ด้วยกันคือคำว่า ออกจาก กับคำว่า นรก เมื่อสองคำรวมกันจึงกลายเป็น ออกจากนรก
.
คนรุ่นใหม่ชาวเกาหลีใต้เล่าว่า พวกเขาใช้คำว่า นรกโชซอน เพราะมันเป็นคำที่สะท้อนว่าประเทศชาติมีประวัติศาสตร์ที่แย่ ยุคสมัยปัจจุบันนี้ไม่ต่างอะไรกับยุคสมัยโชซอนที่เป็นยุคที่มีการปกครองแย่ บางคนให้สัมภาษณ์ว่า เราเรียกประเทศเกาหลีใต้ว่า นรกโชซอน และพูดคุยกันเหมือนเป็นเรื่องตลก แต่ถ้ามีโอกาสที่ดี พวกเราก็อยากจะย้ายออกไปทำงานนอกประเทศ

ทั้งนี้ พวกเธอเล่าต่อว่า การจะออกไปทำงานต่างประเทศได้นั้น ส่วนใหญ่ก็จะต้องเป็นคนที่อย่างน้อยต้องเรียนจบแพทย์ หรือเป็นพยาบาล หรือเป็นพวก UX designer แต่พวกเธอและเพื่อนเรียนธุรกิจและศิลปศาสตร์ จึงขาดโอกาสที่จะไปทำงานต่างประเทศ
.
การทำงานต่างประเทศหรือการไปอาศัยอยู่ต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้ามันง่าย ก็คงไม่มีคนเรียกร้องอยากออกนอกประเทศ แต่จะออกไปเลยไม่ต้องเรียกร้อง แต่ที่เรียกร้องก็เพราะขาดความสามารถในการเข้าถึงโอกาสนั้น ไม่ว่าจะเป็นความรู้ที่ติดตัว ทักษะ หรือแม้แต่ปัจจัยทางการเงินก็เป็นเรื่องสำคัญ ขณะที่บางคนให้สัมภาษณ์ว่า มันเป็นวิกฤตของคนชั้นกลางที่อยู่ในประเทศที่ร่ำรวย
.

นรกโชซอนที่คนรุ่นใหม่ชาวเกาหลีใต้เรียกติดปาก จนอยากย้ายออกนอกประเทศนั้น มีเหตุผล มีที่มาที่ทำให้คนเกิดความคับแค้นใจไม่อยากอยู่ในประเทศที่ตัวเองถือกำเนิดเกิดมา พวกเขาเปรียบเทียบตัวเองกับคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ ก็พบว่า ยุคของพ่อแม่นั้น อาจจะมีเรื่องวัตถุนิยมน้อยกว่า แต่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ก็มีชีวิตที่มีความหวังมากกว่า ในทุกๆ ปีพวกพ่อแม่ของเขาจ่ายเงินเพิ่มขึ้น เพื่อที่จะมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่สิ่งนั้นไม่เกิดขึ้นกับคนรุ่นใหม่ที่นี่

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกาหลีใต้กลายเป็นนรกโชซอนมีหลายเรื่องเช่นเรื่องการว่างงาน จากข้อมูลจาก องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ระบุว่า อัตราการว่างงานของเกาหลีใต้อยู่ที่ 3.8% ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อีกทั้งการเเพร่ระบาดของโควิด-19 ยังส่งผลต่อการจ้างงานพนักงานชั่วคราวเเละรายวัน โดยมีอัตราการจ้างงานลดลง 6.5% เเละ 7.1% ตามลำดับ ขณะที่ข้อมูลจาก Statista ระบุว่า อัตราการว่างงานของคนอายุ 20-29 ปีนั้นสูงถึง 9.3% 
.
รวมถึงเมื่อเข้าไปทำงานเเล้วอาจไม่ได้หมายถึงความสำเร็จเสมอไป เพราะโครงสร้างบริษัทเกาหลีใต้ที่ยังเป็นโครงสร้างเเนวดิ่ง ทำให้มนุษย์เงินเดือนต้องทำงานหนัก เเละต้องต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมในบริษัทจากระบบอุปถัมภ์ประกอบกับผู้หญิงยังต้องดิ้นรนในวัฒนธรรมสังคมชายเป็นใหญ่ รายงาน Economy Survey ของ OECD ปี ค.ศ.2020 ระบุว่า คนเกาหลีใต้ทำงานปีละ 1,970 ชั่วโมงหรือ 52 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยชั่วโมงการทำงานของประเทศสมาชิกกว่า 300 ชั่วโมง
.
อสังหาริมทรัพย์ราคาแพง เอื้อมมือไปเท่าไร ก็ไม่มีเงินจ่ายถึง คนเกาหลีใต้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยลงทุนในหลักทรัพย์หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินเท่าไรนัก มักจะปล่อยให้เงินจมไปกับการซื้อบ้านซึ่งถือเป็นการออมเงินอีกแบบหนึ่ง คนเกาหลีใต้มีทั้งหมดราว 51 ล้านคน เกือบครึ่งหนึ่งหรือประมาณ 24 ล้านคน อาศัยอยู่ทั้งภายในเมืองและรอบๆ โซล
.
อัตราการฆ่าตัวตายของคนหนุ่มสาวชาวเกาหลีใต้สูงที่สุดในกลุ่มประเทศ OECD (องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ) ซึ่งมีอัตราส่วนอยู่ที่ 24.6 ต่อ 100,000 ราย อยู่ในอัตราที่สูงกว่าญี่ปุ่นซึ่งอยู่ที่ 15.2 (กลุ่มสมาชิกประเทศ OECD มี 36 ประเทศ) อัตราที่สูงขนาดนี้ไม่ได้เกิดเพียงแค่ปัจจัยเดียวแต่มันเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างทางสังคมด้วย แม้รัฐบาลจะออกแผนการเพื่อป้องกันการฆ่าตัวตายมาถึง 3 ครั้ง แต่ก็ไม่ทำให้จำนวนการฆ่าตัวตายลดลงแต่อย่างใด ยิ่งมีเหล่า Celeb คนดังฆ่าตัวตายนำแล้ว ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แฟนคลับรู้สึกอยากทำตามไปด้วย

ทุ่มเทอย่างหนักกับการเรียน การสอบ จบออกมา.. ไม่มีงานทำ คนรุ่นใหม่ชาวเกาหลีใต้รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ชีวิตไม่ยุติธรรม พวกเขาเรียนหนัก ทำงานอย่างหนักเพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้น แต่สิ่งที่พวกเขาได้รับมันไม่เป็นอย่างที่พวกเขาทุ่มเท ทำให้เขามองประเทศเป็นเหมือนนรก ชาวเกาหลีใต้นับล้านๆ รายถูกบังคับให้เรียนอย่างหนักมาตลอด เพื่อที่จะเอาความรู้ที่สั่งสมมาทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ แต่..ความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาหวัง
.
Lee Jin-hyeong อายุ 35 ปี เล่าว่า เขาเรียนอย่างหนักทุกวัน เริ่มเรียนตั้งแต่ 9 โมงเช้าจนถึงตี 1 ของอีกวันหนึ่ง เขาเรียนวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ หวังว่าเรียนจบมาจะได้ทำงานตำรวจ แต่จนป่านนี้ เขายังไม่มีงานประจำทำเลย หลายต่อหลายคนเรียนจบแต่ยังว่างงาน
.
“Hell Joseon” หรือ “นรกโชซอน” คือนิยามที่หมายถึงการขาดโอกาสในการเข้าถึงการทำงาน ขาดโอกาสในการสร้างเนื้อสร้างตัว ขาดความหวังในการมีชีวิตอยู่ ผู้เชี่ยวชาญจากสแตนฟอร์ดมองว่า วัฒนธรรมเกาหลีใต้คือการทุ่มให้กับการศึกษาอย่างสุดโต่งจนเกินไป จนทำให้คนรุ่นใหม่ป่วย ขาดความเตรียมพร้อมที่จะเผชิญโลกในชีวิตจริง บางคนบอก คนรุ่นใหม่ไม่ได้รู้สึกว่าพวกเขาถูกทิ้งไว้ข้างหลัง แต่พวกเขาถูกทิ้งไว้ข้างหลังจริงๆ


ที่มา https://brandinside.asia/why-young-korean-call-south-korea-hell-joseon/