Wednesday, 28 September 2022
INTERNATIONAL

ได้เวลาโกอินเตอร์ “อังกฤษ”แจกฟรีทุนเรียนป.โท

ถึงเวลาได้โกอินเตอร์! “อังกฤษ”แจกฟรีทุนเรียนป.โท พร้อมค่าเทอม/ค่าที่พัก/ค่าตั๋วเครื่องบิน/เบี้ยเลี้ยง ฟรี
.
รัฐบาลอังกฤษประกาศเปิดรับสมัครนักศึกษาเข้ารับทุนชีฟนิ่ง (Chevening) ประจำปี 2023-2024 ซึ่งเป็นทุนให้เปล่าที่จะช่วยให้ผู้นำที่โดดเด่นจากทั่วทุกมุมโลกสามารถศึกษาต่อระดับปริญญาโทเป็นระยะเวลา 1 ปีในอังกฤษ โดยเปิดให้เลือกเรียนสาขาใดก็ได้ มหาลัยใดก็ได้ 
.
สิ่งที่จะได้รับ 
✔️ ฟรี! ค่าตั๋วเครื่องบิน
✔️ ฟรี! ที่พัก
✔️ ฟรี! ค่าเบี้ยเลี้ยงรายเดือน
✔️ ฟรี! ค่าเล่าเรียน
✔️ ค่าใช้จ่ายชีวิตประจำวัน 
✔️ ค่าเดินทางในประเทศ 
✔️ ค่าตั้งรกราก 
.
📆 สมัครได้แล้ววันนี้ – 1 พฤศจิกายน 2565
.
📌 #ทางไปสมัคร > https://www.chevening.org/.../online-application-system/
📌รายละเอียดเพิ่มเติม > https://www.chevening.org/scholarships/


ที่มา https://www.facebook.com/TravelNews.th/posts/1016636335685805 
 

ข่าวดีของนักศึกษาต่างชาติสำหรับการไปเรียนต่อที่ประเทศจีน เพราะนโนบายด้านวีซ่าเพื่อการศึกษาที่เปิดกว้าง ครอบคลุมการศึกษาต่อในทุกมิติ

จาก Twitter ของ JiRong ผู้ดูแลงานด้านนโยบายภูมิภาคอาเซียน กระทรวงต่างประเทศของจีน ได้ Tweet ไว้เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่ผ่านมาได้ระบุเกี่ยวกับนโยบายใหม่ทางการศึกษาของนักศึกษาต่างชาติไว้อย่างน่าสนใจดังนี้ 
.
นโยบายด้านวีซ่าใหม่ ได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาจากต่างชาติสามารถดำเนินการต่าง ๆ ได้ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ โดยครอบคลุมการศึกษาต่อในทุกภาควิชาและทุกมหาวิทยาลัย ถ้าได้มีการเตรียมตัวและดำเนินการประสานงานใด ๆ กับทางมหาวิทยาลัยที่จะศึกษารวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว หรือได้เริ่มดำเนินการไปแล้วจะเป็นการดีมาก เนื่องจากจะช่วยให้การดำเนินการด้านวีซ่าเพื่อไปศึกษาต่อจะทำได้เร็วมากขึ้น
.
และหากเกิดกรณีที่มหาวิทยาลัยที่ประสานงานไปยังไม่มีการตอบกลับหรือยังไม่ชัดเจนขอให้นักศึกษาได้สอบถามกลับไปอีกครั้งพร้อมกับแจ้งทางมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับนโยบายใหม่ด้านวีซ่าเพื่อการศึกษาที่ได้ประกาศออกมาในครั้งนี้ เพื่อให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องได้กลับไปตรวจสอบอีกครั้ง เพราะนโยบายนี้ได้ประกาศออกมากอย่างเป็นทางการแล้ว


ที่มา ผู้ดูแลงานด้านนโยบายภูมิภาคอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน 
 

เรียนต่อเนเธอร์แลนด์ ดินแดนแห่งมหาวิทยาลัย สังคมนานาชาติและหลากหลายวัฒนธรรม

เนเธอร์แลนด์ ดินแดนแห่งความหลากหลายผสมผสาน นวัตกรรมและความทันสมัย ตั้งอยู่ในใจกลางของทวีปยุโรป เป็นดินแดนแห่งการศึกษา ทั้งนี้ด้วยเหตุผลนานาประการ ดังนี้
•    สังคมที่เปิดกว้าง ประกอบไปด้วยคนหลายเชื้อชาติ ต่างภาษา ซึ่งเป็นแหล่งให้เกิดความรู้ใหม่ ๆ มากมาย
•    สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการศึกษา สังคมสงบสุข และผู้คนมีนิสัยตรงไปตรงมา ทำให้หาเหตุและผลในการทำสิ่งต่างๆได้มาก
•    คุณภาพและความหลากหลายของการศึกษา โดยมุ่งเน้นไปที่ผลงาน และความคิดสร้างสรรค์
•    ทำเลที่ตั้งในใจกลางของทวีปยุโรป ทำให้สามารถเดินทางไปมาหาสู่และแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นกันได้ง่าย
•    คุ้มค่าเงิน โดยส่วนใหญ่มหาวิทยาลัยจะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลทำให้ค่าเล่าเรียนไม่สูง
.
หลักสูตรนานาชาติกว่า 1,560 หลักสูตร
เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศแรก (ในกลุ่มประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก) ที่เปิดการเรียนการสอนเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษ โดยในปัจจุบันเนเธอร์แลนด์มีหลักสูตรการเรียนการสอนนานาชาติด้วยกันถึง 1,560 หลักสูตร ซึ่งล้วนแต่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางในการสอน ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้การศึกษาอยู่ในระดับแนวหน้าในทวีปยุโรป
.
การศึกษาหลักสูตรนานาชาตินี้มีด้วยกันหลากหลายสาขาวิชา ซึ่งแต่ละสาขามีความเข้มข้นในด้านเนื้อหาวิชา และรูปแบบการเรียนการสอนที่หลากหลาย และเน้นการเรียนภาคปฏิบัติในสถานการณ์จริงเพื่อให้นักเรียน/นักศึกษาได้รับประสบการณ์การทำงานที่แท้จริง โดยหลักสูตรนานาชาตินั้นมีทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก หลักสูตรประกาศนียบัตรและหลักสูตรระยะสั้นต่างๆ
.
คุณภาพการศึกษาเป็นเลิศ
หากจะวัดคุณภาพการศึกษากันจากงานวิจัยแล้ว ท่านจะพบว่า มหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย 11 แห่ง จาก 13 แห่งในประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้รับการจัดลำดับให้อยู่ใน 200 อันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก ในขณะทีในการจัดลำดับเดียวกันนี้ มีมหาวิทยาลัยของประเทศไทยแห่งเดียวที่ติดอันดับ คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
.
การเรียนการสอนในแบบดัตช์
การเคารพในความคิดเห็นและความเชื่อของผู้อื่นเป็นเสมือนคติพจน์ในการดำรงชีวิตในสังคมที่มีความหลากหลายเช่นในประเทศเนเธอร์แลนด์ ทั้งนี้รวมถึงการนำไปปรับใช้กับหลักสูตรการเรียนการสอนด้วย การเรียนการสอนที่เน้นการสื่อสารและให้ความสำคัญกับนักเรียน / นักศึกษาเป็นหลัก โดยให้อิสรภาพแก่นักเรียน/นักศึกษาในการแสดงความคิดเห็นหรือการสร้างสรรค์ สิ่งใหม่ๆ ลักษณะเด่นของการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษาในประเทศเนเธอร์แลนด์ คือ การเรียนรู้จากปัญหา? (Problem-Based Learning) ด้วยวิธีนี้ทำให้นักเรียนรู้จักการวิเคราะห์พร้อมทั้งนำความรู้มาประยุกต์ ใช้เพื่อแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้แต่ละหลักสูตรยังเน้นการทำรายงาน, การทำงานกลุ่มเพื่อวิเคราะห์และแก้ปัญหาต่างๆ, การฝึกงาน และการทำการทดลองต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยฝึกนักเรียนให้พร้อมเมื่อก้าวสู่โลกแห่งการทำงาน
.
การศึกษาระดับอุดมศึกษาในเนเธอแลนด์มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับจากทั่วทุกมุมโลกในเรื่องของคุณภาพการศึกษาโดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 
.
Research University ซึ่งมุ่งเน้นการเรียนการสอนเพื่อการศึกษาวิจัยและค้นคว้าเชิงวิชาการ และ University of Applied Science ซึ่งเป็นหลักสูตรเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียน/นักศึกษาในการประกอบอาชีพ เช่น สายวิชาศิลปกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เป็นต้น นอกจากนี้แต่ละสถาบันการศึกษายังได้มีการจัดตั้งสถาบันเพื่อการเรียนการสอนหลักสูตรนานาชาติ เพื่อรองรับความต้องการของนักเรียน/นักศึกษาจากประเทศต่างๆอีกด้วย
.
ในปัจจุบัน Research University ที่ได้รับการสนับสนุนจากทางภาครัฐมีด้วยกันทั้งสิ้น 14 แห่ง ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเฉพาะทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ 3 แห่ง, ด้านเกษตรกรรม 1 แห่ง และเป็นมหาวิทยาลัยเปิด 1 แห่ง โดย Research University จะเน้นการเรียนการสอนเพื่อการศึกษาวิจัยและค้นคว้าเชิงวิชาการ และในบางสาขาวิชาอาจมีทักษะในการประกอบอาชีพผสมรวมอยู่ด้วย อย่างไรก็ดีผู้ที่สำเร็จการศึกษาส่วนมากมิได้ทำงานเกี่ยวกับการค้นคว้าวิจัยแต่อย่างใด 
.
Research University เปิดสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ถึงปริญญาเอก หลักสูตรส่วนมากในระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยแบบนี้จะใช้เวลาเรียน 3 ปี ผู้ที่สำเร็จการศึกษาชั้น ม.6 จากหลักสูตรไทยจะยังเข้าตรงไปยังชั้นปี 1 ไม่ได้ทันที แต่จะต้องไปเรียนปี 1 ที่มหาวิทยาลัยในเมืองไทย หรือที่มหาวิทยาลัยแบบ Applied Sciences ก่อน จากนั้นจึงจะสามารถสมัครเข้าปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยแบบ Research ได้ แต่ถ้าหากเป็นนักเรียนที่ได้ประกาศนียบัตร IB (International Baccalaureate) มาแล้วจากการเรียนระดับมัธยมศึกษาเป็นภาษาอังกฤษ หรือโปรแกรมนานาชาติ ก็จะสามารถสมัครเข้า ปี1 ได้ทันที
.
ขนาดของสถาบันการศึกษามีความแตกต่างกันไปตามแต่จำนวนนักเรียน/นักศึกษาซึ่งมีตั้งแต่ 6,000 ถึง 30,000 คน โดยรวมจำนวนนักเรียน / นักศึกษาทั้งสิ้นคือ 219,000 คน 
.
หลักสูตรการเรียนการสอนใน University of Applied Science จะมุ่งเน้นภาคปฏิบัติเป็นหลัก และการฝึกงานถือเป็นหัวใจหลักของการเรียนการสอนประเภทนี้ ในปัจจุบัน University of Applied Science ที่ได้รับการสนับสนุนจากทางภาครัฐมีด้วยกันทั้งสิ้น 41 แห่ง โดยมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดสามารถรองรับนักเรียน/นักศึกษาได้มากถึง 20,000 ถึง 39,000 คน โดยรวมจำนวนนักเรียน/นักศึกษาทั้งสิ้นคือ 370,000 คน

สถาบันเพื่อการเรียนการสอนหลักสูตรนานาชาติ (International Education)
เป็นเวลากว่า 50 ปีมาแล้วที่การเรียนการสอนหลักสูตรนานาชาติ หรือที่เรียกว่า International Education (IE) ได้เริ่มต้นขึ้นในประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นการเรียนการสอนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ในปัจจุบันสถาบันเพื่อการเรียนการสอนหลักสูตรนานาชาติขนาดใหญ่ มีด้วยกันทั้งสิ้น 5 แห่ง และยังมีสถาบันฯ ขนาดเล็กอีกหลายแห่ง สถาบันฯเหล่านี้มุ่งเน้นการเรียนการสอนเพื่อกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา โดยจัดกลุ่มชั้นเรียนขนาดเล็ก เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนนักศึกษาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ รวมถึงแนวคิดในแบบเฉพาะของแต่ละประเทศ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดกับผู้สอน หรือผู้บรรยายผู้มีประสบการณ์การทำงานในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนานั้นๆ
.
ปริญญา
Research University และ University of Applied Science เปิดสอนในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท ในขณะที่สถาบันเพื่อการเรียนการสอนหลักสูตรนานาชาติ หรือ IE เปิดสอนเฉพาะระดับปริญญาโทเท่านั้น
.
ปริญญาตรี
การศึกษาระดับปริญญาตรีใน Research University ใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 3 ปี หรือ 180 หน่วยกิต (สำหรับการเรียนแบบเต็มเวลา หรือ full-time) และสำหรับการศึกษาระดับปริญญาตรีใน University of Applied Science ใช้เวลาทั้งสิ้น 4 ปี หรือ 240 หน่วยกิต (สำหรับการเรียนแบบเต็มเวลา หรือ full-time)
.
ปริญญาโท
ระยะเวลาในการศึกษาระดับปริญญาโทนั้น แตกต่างกันไปตั้งแต่ 1-3 ปี หรือ 60-180 หน่วยกิต ตามแต่สาขาวิชาและสถาบันการศึกษาที่เลือกเรียน โดยการศึกษาด้านวิศวกรรม, เกษตรกรรม, คณิตศาสตร์, และวิทยาศาสตร์ธรรมชาตินั้น ใช้เวลาทั้งสิ้น 120 หน่วยกิต
.
ปริญญาเอก
การศึกษาระดับปริญญาเอก (PhD) จะเปิดสอนเฉพาะใน Research University เท่านั้น โดยระยะเวลาในการศึกษาตลอดหลักสูตรคือ 4 ปี ในบางกรณีนักเรียน/นักศึกษาสามารถเลือกเรียนในสถาบันการวิจัยที่ได้มีการทำข้อตกลงไว้กับ Research University นั้นๆได้
.
คุณสมบัติของผู้สมัคร
สิ่งแรกที่นักเรียน/นักศึกษาผู้ความประสงค์จะสมัครเรียนระดับอุดมศึกษาในประเทศฮอลแลนด์พึงกระทำคือ การติดต่อกับสถาบันการศึกษานั้นๆเพื่อสอบถามรายละเอียดเงื่อนไขเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัคร
•    นักเรียนต่างชาติจะต้องสำเร็จวุฒิการศึกษาขั้นต่ำ ตามที่สถาบันการศึกษานั้นๆกำหนด หรือตามที่สาขาวิชานั้นๆกำหนด
•    คุณสมบัติหลักพื้นฐานของผู้ที่ต้องการจะศึกษาต่อระดับปริญญาตรีคือ วุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า
•    คุณสมบัติหลักพื้นฐานของผู้ที่ต้องการจะศึกษาต่อในระดับปริญญาโทคือ วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า อย่างไรก็ดีในบางสาขาวิชาที่ได้รับความนิยมมากอาจมีการจำกัดในเรื่องของโควต้าจำนวนนักเรียน/นักศึกษา
•    นอกจากนี้นักศึกษาต่างชาติทุกคนต้องผ่านการสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษ IELTS หรือ TOEFL โดยคะแนนขั้นต่ำคือ 6 สำหรับ IELTS และ 550 สำหรับ TOEFL (Paper based), 213 สำหรับ TOEFL (Computer based) หรือ 80 สำหรับ TOEFL (Internet-based)
•    สามารถตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับการสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษ ตามแต่สถาบันการศึกษาหรือสาขาวิชากำหนด ได้ที่เว็บไซต์ www.studyinholland.nl
.
มหาวิทยาลัยในเนเธอร์แลนด์มีความชำนาญในสาขาวิชาต่าง ๆ กันไป โดยคร่าวๆมีดังนี้
•    Erasmus University Rotterdam เด่นทางด้านธุรกิจ บริหาร เศรษฐศาสตร์
•    University of Amsterdam เก่งหลายด้าน ทั้งธุรกิจ ภาษา รัฐศาสตร์ นิเทศศาสตร์
•    Eindhoven University of Technology ด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์ เทคโนโลยีการสื่อสาร ออกแบบผลิตภัณฑ์
•    University of Groningen กฎหมาย ธุรกิจ
•    Wageningen University ด้านการเกษตร การจัดการเกษตร วิทยาศาสตร์สุขภาพ
•    Maastricht University การแพทย์ การแปล การจัดการ บริหารธุรกิจ
•    Delft University of Technology วิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรม ออกแบบอุตสาหกรรม การจัดการน้ำ นาโนเทคโนโลยี
•    Utrecht University วิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์ เคมี) กฎหมาย สัตวแพทย์
•    Tilburg University เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ กฎหมาย
•    Leiden University ภาษา วัฒนธรรม ศิลปศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ประวัติศาสตร์ การแพทย์ กฎหมาย
•    Radboud University วิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์กายภาพ เภสัชศาสตร์
•    VU University Amsterdam ธุรกิจ วิทยาศาสตร์การแพทย์
•    University of Twente วิศวกรรมศาสตร์
.
มหาวิทยาลัยเหล่านี้ 10 แห่งได้รับการจัดลำดับให้อยู่ใน 200 อันดับแรกของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก โดยTimes Higher Education (THE) 2008 ที่ QS Top Universities


ที่มา http://th.interscholarship.com/chanitsiree/616 
 

5 Reasons Why study in Romania? Eastern Europe’s hidden gems.

Romania is one of Eastern Europe’s hidden gems. Famous not only for its gorgeous landscapes and its seven UNESCO world heritage sites, Romania gave the world some of the biggest inventions and pushed the world to where it is today.
.
Why study in Romania?
.
1. Low tuition fees and living costs.
In Romania, tuition costs are very affordable, especially when compared to other Western countries or even some European states. At public universities, most study programs cost between 230 and 3,000 EUR per academic year. Additionally, if your average GPA or entry exam grade is high enough, you can occupy a state-funded place.
.

2. Active nightlife and fun events.
Big student cities like Bucharest, Timisoara, Cluj, and Iasi are well-known for all-night-long parties, where people enjoy music, dancing, and having a laugh with their friends. If you're not a party enthusiast, there are many other events or activities in which you can participate:
•    national and international festivals (e.g. theatre, arts, crafting, wine making)
•    mountain trekking
•    road trip on Transfagarasan or Transalpina
•    spending a night at the Balea Lake Ice Hotel
.
3. English is widely spoken in student cities.
Saying that English is widely spoken in Romania is only half true. The truth is, most young people will speak it fluently and you shouldn't have any problems in larger and more popular cities. You should also be fine at local supermarkets or while taking a train ride on well-travelled routes.
.
4. Romanians are friendly and lively people.
Romanians are known for their Latin blood and for having a light heart. They share a great sense of humour and are often able to see the bright or funny side even in the most difficult situations.
.
5. Visit amazing natural and human-made wonders.
Romania is one of the hidden jewels of Europe, boasting a wide range of natural and man-made attractions that everyone should see at least once in their life. From centuries-old monasteries to amazing castles, from salt mines to large stone carvings, Romania has it all.


From: https://www.bachelorsportal.com/countries/33/romania.html 
 

7 REASONS TO STUDY IN AUSTRALIA

There are so many things to consider when deciding where you'd like to study. But here are a bunch of reasons we think Australia is one of the best places to do it.
.
1. EXCELLENT EDUCATION SYSTEM
Australia has one of the best education systems in the world. According to the University Ranking of Quacquarelli Symonds, the Australian National University, the University of Melbourne, the University of New South Wales, the University of Queensland, and the University of Sydney are among the 50 best universities in the world. Australian universities are always excited to welcome international students into their communities.
.
2. EASY ACCESSIBILITY TO A STUDENT VISA
In comparison to other countries, it is quite easy to get a Visa to study in Australia. Foreign students coming to Australia can take part in the “Overseas Student Program”. Of course, you have to meet several requirements in order to get a Visa. Accessing official documents always means dealing with bureaucracy.
.
3. IMPROVE ENGLISH SKILLS
While you study in Australia, you will get the chance to improve your English skills. Since English is the official language of the country, you can communicate in English with everybody – in the supermarket, in your free time, at the university.
.
4 BREATHTAKING LANDSCAPES
Another reason to study in Australia is – of course – the beautiful landscape. You can find more than five different climate zones on this continent. Some parts of the rainforest and areas of the Great Barrier Reef even belong to UNESCO’s World Heritage List.
.
5. EASY ACCESS TO PART-TIME JOBS ALONGSIDE YOUR STUDIES
During your studies in Australia, you will easily find a student job. For enrolled students, there are several opportunities to work. With the Australian Student Visa, you are allowed to work up to 20 hours per week during the semester. During semester breaks, you could even work full time. You can find part-time jobs that show a connection to your studies, e.g., in agencies or companies. 
.
6. DISCOVER A NEW CULTURE AND ITS PEOPLE
You might be thinking, “I can get to know a different culture and new, interesting people everywhere – I don’t have to go to Australia for that”. But we promise: You won’t regret having met Aussies and having been part of the Australian culture. Don’t be surprised if everybody is talking with you in a totally informal way right from your first meeting. It is completely normal to call everybody by their first names, even your boss or the doctor.
.
7. BETTER CHANCES ON THE JOB MARKET AFTER YOUR GRADUATION
After your studies in Australia, you will have a higher chance of landing a job. If you decide to go back to your home country, your employer will surely like your Australian degree. Your future boss will see that you can communicate in English and get along in an unknown environment.


From: https://www.gostudy.com.au/blog/7-reasons-to-study-in-australia/ 
 

Top 10 Reasons to Study Abroad in Spain

You have numerous options when it comes to studying abroad in Spain. Regardless of what you study, you will enjoy settling into your new city and getting immersed in Spanish culture. Students studying abroad in Spain will find inspiration in the food, the culture, and the nightlife of this great country.
.
1. Discover the History: From the Inquisition to the Spanish “Golden Age” to the War of Spanish Independence, Spain has played a role in some of the most dramatic events in human history. With so many reminders of the past still present throughout the country, studying abroad in Spain is one of the best experiences you can have.
.
2. Meet the People: Although fascinating, Spain’s history is nothing compared to the people who have made the country what it is, a place to live life to the fullest. Passionate, chic, and dedicated to making every experience count, Spaniards are a lively bunch. As an international student studying abroad in Spain, you will have no problem making new friends.
.
3. Learn the Language: Since you are studying abroad in Spain, you might as well learn one of the world's most influential languages: Spanish!
.
4. Taste the Cuisine: Paella, Spanish omelettes, Gazpacho, Chorizo and other cured meats. Spanish study abroad experiences wouldn’t be complete without diving into the local food, so if you are not yet familiar with Spanish cuisine, it is time to get to know it.
.
5. Participate in the Festivals: Spain study abroad students will be surprised that a country that dedicates so much time to living the good life is home to a plethora of unique and entertaining festivals! Cities and small villages alike all have their own special celebrations, some of which have become world famous.
.
6. Witness the Art and Literature: After all the partying, you might need a little down time to recuperate. Any student studying abroad in Spain can also experience the more laid-back side of Spanish culture. Start by exploring the diverse literature produced by famous Spaniards such as Miguel de Cervantes or Javier Marías. Try reading them in their original language to practice your Spanish skills!
.
7. Experience the Music and Performing Arts: Whether it’s traditional Spanish music or commercial pop music, the variety of styles and genres to be found in Spain will entertain music lovers throughout their Spanish study abroad experience.
.
8. Celebrate the Sports: When studying abroad in Spain, be prepared to celebrate after one of Spain's many sporting successes if you're a sports fan (and even if you're not)!
.
9. Catch a Glimpse of the Monuments: If you are looking to spice up your social media feed during your Spain study abroad experience, snap pictures of the amazing Spanish architecture! It’s hard not to be mesmerized by one of the many cathedrals, fortresses, basilicas, mosques, or monuments across Spain.
.
10. Find Yourself: The decision to leave friends and family behind to study abroad is not an easy one. However, it grants students who are ready to take on the challenge the opportunity to explore what it means to be an individual in the world at large.


From: https://www.educations.com/articles-and-advice/ten-reasons-to-study-abroad-in-spain-13951?fbclid=IwAR1RX28KAwFsOt8HGRcFpuDxpsxB9BrLkly44horwWY-hBk0JyiRwYRvxv0
 

Should I Study Abroad? 9 Questions to See if You Are Ready to Study Abroad in 2022

At first, the decision to go study abroad may seem like an easy one. Who doesn’t want the opportunity to explore an entirely different country and culture while meeting inspiring people from all over the world along the way? But is it right for you? And if so, are you ready?
.
To help you make a decision, we have made a list of nine questions to ask before studying abroad that will ease your uncertainty.
.
1. Will studying abroad help me meet my long-term goals?
If you’re already thinking about studying abroad, you likely have some ideas of the benefits that it might bring you, but have you explored them? Everyone is different, and you may have a range of options. Exploring your motivations will help you ensure that you’re making a good decision and will also help you begin to narrow down locations and schools.
.
2. Is there a country or city that suits me?
If you have never been abroad before, perhaps all you know about a foreign country is what you have seen in movies or on Instagram. Although this is a good start, it’s important to have a deeper understanding of your motivations for moving your studies to a new country.
.
3. Are there schools and programs that match my interests?
If you’re asking yourself: 'Should I study abroad?', a huge factor will be the opportunities that a foreign institution could offer you. By opening up your choice of university internationally, you’ll have a great chance of finding a school that matches your academic and social interests.



4. Am I ready to move away from home?
Eventually, almost everyone moves away from home. However, moving abroad for the first time as a young student may make the distance between you and your family and friends seem bigger. Even if it is not your first time away from home, the decision to travel and study abroad on your own can be a challenging one.
.
5. Will studying abroad fit my budget?
Although there are usually many discounts and special offers available for students, studying abroad can still be expensive. When asking yourself: should I study abroad? It is helpful to consider all of your expenses beforehand, especially if you do not plan on working while abroad.
.
6. Do I know how to find study abroad accommodation?
Finding housing can be a challenge when you are thinking about how to go abroad. Housing can be expensive, especially in big cities. Furthermore, it may also be hard to navigate the housing market of another country, especially if listings are in a language that is not your own.



7. Am I ready to meet new people from different cultures?
Cultural exchange is both gratifying and meaningful for all involved. However, because it is so personal, it is important to consider if you are comfortable having your own values and traditions questioned or challenged. Just as you will have questions for people about their cultural background, other international students may have questions for you.
.
8. What do I need to know about the visa process?
On a practical note, regarding how to go abroad, before applying to a program, you need to know the logistics of moving to that country. In many cases, you will need to know how to get a student visa. If you are studying through an exchange organized by a university in your home country, the school will often sort out the details of obtaining a visa.
.
9. How can I personally and professionally benefit from studying abroad?
It is a great idea to consider the many possible benefits of studying abroad in advance. While some people study abroad to gather specialized skills to market themselves professionally, others are seeking to establish an international network of connections. There are also students who aim to learn as much as they can about another culture, which is a worthy plan in itself. The potential for study abroad to be life-changing for your personal and professional life is substantial.


From: https://www.educations.com/articles-and-advice/should-i-study-abroad-13634 
 

สวีเดนออกวีซ่าแบบใหม่ ดึงวุฒิปริญญาโท มาหางานทำได้ 3-9 เดือน

Sweden: ผู้ที่มีวุฒิการศึกษาปริญญาโท จากทุกประเทศทั่วโลก สามารถขอวีซ่าเข้าประเทศสวีเดนแบบใหม่ โดยสามารถเข้ามาเพื่อพำนักและหางานทำหรือสำรวจความเป็นไปได้ในการเปิดบริษัทนาน 3-9 เดือน แบบไม่ต้องมี job offer หรือให้ทางบริษัทตอบรับ เพื่อใช้ในการยื่นขอวีซ่า

และหากได้งานทำ ก็สามารถเปลี่ยนเป็นวีซ่าทำงานเพื่อพำนักในสวีเดนในระยะยาว  พร้อมทั้งสามารถยื่นขอวีซ่านำผู้ติดตาม/ครอบครัว ได้ด้วย  เมื่ออาศัยอยู่ในสวีเดนตามระยะเวลาและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด สามารถยื่นขอสัญชาติสวีเดนได้ 
.
คุณสมบัติ
•    มีวุฒิการศึกษาปริญญาโทขึ้นไป
•    ค่าใช้จ่ายที่เพียงพอในระหว่างที่พำนักในสวีเดน เดือนละ 13,000 kr และรวมถึงค่าเดินทาง
•    ประกันสุขภาพ
.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.migrationsverket.se/.../Soka-arbete.html 


ที่มา https://www.facebook.com/groups/SwedenVisa/posts/3214568522196550/ 
 

Top 7 Reasons to Study Abroad in Finland. Home to one of the best education systems in the world.Are you curious about studying abroad in Finland? Home to one of the best education systems in the world, as well as several top ranking universities, Finland

Are you curious about studying abroad in Finland? Home to one of the best education systems in the world, as well as several top ranking universities, Finland is ideal for anyone seeking a high-quality education abroad. Whether it's the seaside capital of Helsinki, the medieval university town of Turku or the popular inland city of Tampere, you're bound to find a Finnish study abroad destination that's perfect for you. 



1. A World-Class Education System 
With one of best performing education systems in the world, it's no wonder over 14,000 international students have already chosen Finland for study abroad. 
.
Finland continues to eclipse the United States, the United Kingdom, Australia, and New Zealand in math, science and reading scores, and as of 2019, Finnish universities were ranked among the top 3 percent globally. 
.
Starting from early childhood, Finnish schools aim to prepare students for the real world, and give them the tools to live a meaningful life. Students are taught through a multi-disciplinary approach that combines self-study, problem-solving and self-development, which ensures a well-rounded learning experience from preschool through to university. 



2. Affordable Tuition Fees
While tuition at Finnish universities is free for students from the Finland and other EU countries, tuition fees for international students range anywhere from €6,000-€16,000 per year.
.
However, there's no shortage of funding opportunities for education in Finland. Many universities award generous scholarships to international students, which are primarily based on academic merits. Some universities may offer a full ride, but scholarships for a percentage deduction on tuition fees are more common.
.
3. Equality and Freedom 
Equality and freedom are cornerstones of the Finnish education system. In Finland, all students have equal opportunities to receive a high-quality education, and thanks to the flat hierarchy of Finnish universities, students are usually on a first-name basis with their professors.
.
Academic freedom is also a core value in Finnish universities. Unlike the United States or the United Kingdom, students in Finland have the freedom to decide which modules they'd like to study, ensuring that each student graduates with a diverse body of skills and knowledge.
.
4. A High Standard of Living 
Finland provides a high standard of living for students and families throughout the country. Not only are the Finnish education and healthcare systems top-notch, but the cost of living is manageable for most students, especially since there are plenty of student discounts for food and transportation nationwide.

Work-life balance is also an important part of Finnish society. Work, study and vacation are prioritized equally, so employees and students are welcome to enjoy the fruits of their labor, kick back, and relax with family and friends on their off-hours. Sauna, anyone?
.
5. Otherworldly Travel Destinations
Finland boasts a number of sights, attractions, and natural wonders that'll feed your wanderlust during any season. 
.
If you've dreamed of experiencing the beauty of Finnish nature, you can venture to Lake Saimaa or the Archipelago National Park, and depending on the time of year, you might be lucky enough to catch a glimpse of the northern lights or the midnight sun. You can even go on a husky safari, or get into the holiday spirit by meeting Santa and Mrs. Claus in Rovaniemi!



6. Job Opportunities for Students
Good news for career-minded students — most Finnish universities provide career services for international students. They're available to lend a hand during your job search, whether you're looking for a student job, or a full-time position for after you graduate. 
.
If you're interested in working part time during your term abroad, your student visa will allow you to work for up to 25 hours per week. Which leads us to our seventh and final reason why you should study abroad in Finland...
.
7. Pathways to Permanent Residency for Expats
For international students who fall in love with Finland and decide to stay post-graduation, you'll be granted a 1-year post-study visa to cover your stay while you search for a job.

Once you obtain full-time employment, you can go ahead and apply for a work-based residence permit. And work-based residence permits are a foot in the door towards permanent residency — after you've worked in Finland for four consecutive years, you'll become eligible for a permanent residence permit.


From: https://www.educations.com/articles-and-advice/7-reasons-to-study-abroad-in-finland-17154?fbclid=IwAR18j37HooBWMvdy0nhij3FaDGbwP-QRCRpBIuicB98Sm0VmW2noCSJJzeo
 

สหราชอาณาจักร เปิดโอกาสให้บัณฑิตจบใหม่จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก สามารถขอวีซ่าแบบใหม่หางานทำได้เลยนาน 2 ปีเต็ม ไม่ต้องรอมอบ Offer

United Kingdoms: บัณฑิตจบใหม่จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก สามารถขอวีซ่าเข้าสหราชอาณาจักรแบบใหม่ได้ โดยสามารถเข้ามาหางานทำได้เลย นาน 2 ปีเต็ม แบบไม่ต้องรอให้ทางบริษัทตอบรับ หรือมอบ Offer ให้ก่อน เพื่อประกอบการทำวีซ่า
.
สำนักข่าว BBC รายงานว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักรได้ออกวีซ่ารูปแบบใหม่ เพื่อดึงดูดบุคคลที่มีความสามารถสูง และเป็น “คนที่เก่งที่สุดและยอดเยี่ยมที่สุด” ในช่วงแรกเริ่มของวิชาชีพ เพื่อเข้ามาทำงานในสหราชอาณาจักร
.
วีซ่าใหม่นี้ จะเปิดสำหรับบัณฑิตจบใหม่จากมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยสามารถสมัครรับวีซ่าเพื่อเข้ามาพำนักและหางานทำในสหราชอาณาจักรได้นาน 2 ปี ถ้าจบปริญญาตรีหรือปริญญาโท และนาน 3 ปีหากจบปริญญาเอก
.
และหากได้งานทำ หรือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด ก็สามารถเปลี่ยนมาถือวีซ่าระยะยาว เพื่อพำนักและทำงานต่อในสหราชอาณาจักรได้นานยิ่งขึ้น

บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก จะต้องศึกษาจบจากมหาวิทยาลัยที่ติดท็อป 50 ของการจัดอันดับคุณภาพการศึกษาระดับโลกอย่างน้อย 2 ครั้ง ในปีที่พวกเขาศึกษาจบ โดยการจัดอันดับดังกล่าว อ้างอิง 3 การจัดอันดับ คือ
1. Times Higher Education World University Ranking
2. Quacquarelli Symonds World University Ranking
3. The Academic Ranking of World Universities 
.
นอกจากนี้ ยังมีมหาวิทยาลัยที่เข้าเกณฑ์นอกเหนือจากนี้ อีก 17 แห่ง โดยสำหรับปีการศึกษา 2021 นั้น บัณฑิตที่จบจากมหาวิทยาลัยเหล่านี้ สามารถสมัครขอวีซ่าดังกล่าวได้ คือ 
California Institute of Technology (Caltech) / สหรัฐฯ
Chinese University of Hong Kong (CUHK) / ฮ่องกง
Columbia University / สหรัฐฯ
Cornell University / สหรัฐฯ
Duke University / สหรัฐฯ 
Ecole Polytechnique Fédérale de Lausanne (EPFL Switzerland) / สวิตเซอร์แลนด์
ETH Zurich (Swiss Federal Institute of Technology) / สวิตเซอร์แลนด์
Harvard University / สหรัฐฯ
Johns Hopkins University / สหรัฐฯ
Karolinska Institute / สวีเดน
Kyoto University / ญี่ปุ่น
Massachusetts Institute of Technology (MIT) / สหรัฐฯ 
McGill University / แคนาดา
Nanyang Technological University (NTU) / สิงคโปร์
National University of Singapore / สิงคโปร์
.
**ดูรายชื่อเต็มจากลิ้งค์นี้**
https://www.gov.uk/.../high-potential-individual-visa
.
ค่าวีซ่านี้จะอยู่ที่ 715 ปอนด์ หรือราว 30,000 บาท ไม่เพียงเท่านั้น ยังสามารถพาครอบครัวมาอยู่ด้วยได้ แต่ต้องชำระค่ารักษาสถานะ อย่างน้อย 1,270 ปอนด์ หรือเกือบ 55,000 บาท


ที่มา https://www.facebook.com/TNNWorld/posts/732267301192186 
 


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STUDY TIMES
Take Me Top