Saturday, 4 February 2023
BEAUTY

5 "ผลไม้" รักษา สิว ลดริ้วรอย บนใบหน้า ดูกระจ่างใส

ปัญหากวนใจ ใครหลาย ๆ คน สำหรับทุกช่วงวัย ต่างหนีไม่พ้น ริ้วรอย หรือ การเกิด "สิว" บนใบหน้า ซึ่งทุกครั้งเมื่อ ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นทำให้เกิดความกังวลใจ เพราะการเป็น จะใช้เวลานานในการรักษา ซึ่งมีสาเหตุหลายอย่างจากการเกิด ทั้ง การสะสมสิ่งสกปรกบนใบหน้า การแพ้เครื่องสำอาง ฝุ่นควัน สภาพอากาศ ที่แปรปรวน และอื่น ๆ แต่มีสิ่ง ๆ หนึ่งที่จะช่วยบรรเทา และ รักษา "สิว" ให้หายไปได้จาก "ผลไม้" ที่มี สรรพคุณ ช่วยรักษาได้
.
โดย 5 "ผลไม้" ที่ช่วยรักษา "สิว" บนใบหน้า มีดังนี้
.
1. "แตงโม" หนึ่งใน "ผลไม้" ที่อุดมไปด้วย วิตามินบี 6 และ วิตามินซี ทำให้ "แตงโม" เป็นผลไม้ที่สามารถช่วยรักษา "สิว" ได้ดี และดูแลผิวหน้าได้เป็นอย่างดี โดยหากกินบ่อย ๆ เป็นประจำจะทำให้ผิวหน้าฉ่ำเด้ง สุขภาพดี มีน้ำมีนวล และที่สำคัญ ยังช่วยให้ผิวเนียนใสไร้ "สิว" อีกด้วย
.
2. "ลิ้นจี่" เป็น "ผลไม้" ที่มีโอลิดกนอล ซึ่งเป็น สารอาหาร ที่จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญ "ลิ้นจี่" นั้นยังมีคุณสมบัติช่วยต่อต้าน ริ้วรอย และยังช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมามีสภาพสวยใสได้ด้วย ยังไม่หมดแค่นี้นะเพราะ "ลิ้นจี่" ยังสามารถช่วยในการลดการอักเสบของ "สิว" บนใบหน้าได้ด้วย
.
3. "มังคุด"  จะสามารถช่วยลดการอักเสบได้ดีมาก เพราะจากการวิจัยทำให้เห็นว่า สารสกัดจากเปลือก "มังคุด"  จะมีสารที่เรียกว่า แซนโทน ซึ่งสารตัวนี้จะมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียทำให้ผิวไม่เกิดการอักเสบ หรือหากใครที่มี "สิว" อักเสบก็สามารถกิน "มังคุด"  เพื่อช่วยลดการอักเสบได้ รับรองว่าได้ผลลัพธ์ที่ดีแน่นอน
.
4. "มะม่วง" เป็น "ผลไม้" ที่เหมาะกับการดูแลผิวเป็นอย่างมาก เนื่องจาก "มะม่วง" มีสารอาหารที่สามารถช่วยรักษา "สิว" ได้เป็นอย่างดี นั่นก็เพราะว่าในมะม่วงอุดมไปด้วย วิตามินเอ และ เบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็น สารต้านอนุมูลอิสระ ที่แข็งแกร่งมาก จึงสามารถช่วยฟื้นฟูผิว และช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของสิวทำให้ "สิว" หายเร็วขึ้น
.
5. "มะละกอ"  นอกจากจะนิยมทานเพื่อช่วยเรื่องระบบขับถ่ายและช่วยบำรุงผิวพรรณแล้ว ยังสามารถนำมาช่วยรักษาสิวอักเสบ และลดรอยดำจาก "สิว" ได้ด้วย เนื่องจากใน "มะละกอ"  มีเอนไซม์ปาเปน และ ไคโมปาเปน ช่วยย่อยโปรตีน ซึ่งสามารถลดการอักเสบต่าง ๆ ของผิวหนังได้ และยังช่วยสมานแผลได้ดี
.
และนี่คือ 5 "ผลไม้" ช่วยรักษา ริ้วรอย ลดอาการเกิด "สิว" บนใบหน้า ให้ดูกระจ่างใส หยุดปัญหากวนใจของทุกช่วงวัย ให้กลับมาดู สวยสดใส


ที่มา https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/beauty/533692 
 

“กลิ่นตัว” ปัญหาที่ใคร ๆ ก็ไม่อยากเจอ

เมื่อประสบกับเรื่อง “กลิ่นตัว” แน่นอนว่าคนที่เจอปัญหานี้ คงทำให้ความมั่นใจลดน้อยลงไปได้ ฉะนั้นแล้ว ถ้ามีวิธีแก้ไขที่ดี ก็อาจจะทำให้ปัญหากลิ่นตัวลดลงไปได้
.
เพราะอะไรถึงเกิด “กลิ่นตัว”
•    เกิดมาจากแบคทีเรียประจำถิ่น ตรงบริเวณรักแร้ มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากความร้อนและความชื้นของอากาศ
•    การสร้างเหงื่อจากต่อมเหงื่อชนิดอะโพครายน์ โดยผู้ที่มีกลิ่นตัวจะมีต่อมเหงื่อใต้ผิวหนังขนาดใหญ่และมีจำนวนมากต่อมเหงื่อนี้ยังถูกกระตุ้นได้ด้วยฮอร์โมนเพศชาย ที่มีชื่อว่า Androgen
.
ปัจจัยที่ทำให้เกิด “กลิ่น”
•    อาหารรสจัดอย่างเช่นพวก แกงกะหรี่ แกงเผ็ดต่างๆ ที่มีส่วนผสมของขมิ้น กระเทียม และเครื่องเทศที่มีกลิ่นแรง เมื่อผ่านการย่อยจะเกิดแก๊สซัลเฟอร์ปนอยู่กับออกซิเจนในเลือดที่ไปอยู่ตามรูขุมขน หากทานอาหารรสจัดทำให้ร่างกายขับเหงื่อออกมาโดยเฉพาะใต้วงแขน 
•    โรคอ้วน โดยคนอ้วนมักมีกลิ่นตัวแรงกว่าคนที่ผอมกว่า เพราะคนอ้วนมีโอกาสที่อวัยวะภายนอกมีส่วนอับชื้น  สร้างกลิ่นไม่พึงประสงค์ ตามรักแร้ ชั้นพุง ขาหนีบ มากกว่าคนผอม และต่อมเหงื่อยังผลิตเหงื่อมากกว่าคนที่ผอมอีกด้วย 
•    โรคเบาหวาน ในกรณีโรคเบาหวานที่ไม่ได้รับการรักษา ร่างกายจะเริ่มขับไขมันเพื่อใช้เป็นพลังงานส่งผลให้ระดับคีโตนในร่างกายสูงขึ้น หลังจากนั้นสิ่งที่สะสมไว้ก็จะเปลี่ยนเป็นกลิ่นตัว 
•    มาจากยาบางชนิด ซึ่งยาสามารถรักษาโรคได้แต่ก็สามารถทำให้มีกลิ่นได้ด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น มอร์ฟีน หรือ ยาลดไข้ ที่สามารถทำให้เหงื่อออกจนเกิดกลิ่นตัวขึ้นได้ 
•    ความเครียด เหงื่อที่ออกตามปกติจะมีกลิ่นน้อยกว่าเหงื่อที่ออกจากความเครียด ต่อมเหงื่อชนิดนี้เรียกว่า ต่อมอะโพไครน์ โดยเป็นของเหลวที่มาจากต่อมนี้มีน้ำน้อยกว่า แต่ดึงดูดแบคทีเรียได้สูงกว่า ทำให้เกิดกลิ่นได้มากกว่า
.
วิธีลด “กลิ่นตัว”
•    ทำความรักษาสุขภาพอนามัย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงบริเวณรักแร้ ควรที่จะล้างบ่อยๆ ด้วยน้ำสะอาด ซึ่งจะช่วยลดปริมาณสารก่อกลิ่น หรือจะล้างด้วยสบู่ฆ่าเชื้อจะช่วยลดปริมาณแบคทีเรียได้ แต่ก็ไม่ควรล้างบ่อยเพราะอาจจะเกิดการระคายเคือง
•    หลีกเลี่ยงภาวะต่าง ๆ เช่น ภาวะที่ร้อนจัด ภาวะอับชื้น ซึ่งการใช้ยาระงับกลิ่นกาย จะมีส่วนประกอบสารต่าง ๆ เช่น สารลดเหงื่อ สารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย สารลดกลิ่นที่สร้างขึ้น และน้ำหอมจะช่วยลดกลิ่นตัวได้
•    การใช้ยาระงับเหงื่อ โดยส่วนมากจะมีส่วนประกอบของโลหะ เช่น อลูมิเนียมคลอไรด์ ซึ่งจะไปอุดท่อต่อมเหงื่อ ลดการหลั่งเหงื่อ ทำให้ผิวแห้งแบคทีเรียเติบโตได้ไม่ดี และสามารถช่วยลดกลิ่นตัวได้


ที่มา https://mgronline.com/goodhealth/detail/9650000081674 
 

เรื่องม้วนผมไม่ยาก กับเครื่องม้วนผมโคตรเก๋

วันนี้มาแบบลุคเก๋ๆๆๆ กับเครื่องม้วนผมอัตโนมัติ My Daerie บอกเลยว่าเป็นคนที่ลอนผมไม่เก่งแถม ชอบลอนโดนหูโดนหน้า นิ้วพองร้อนไปหมด ได้แผลหลายรอบ แต่พอได้มาเจอ My Daerie ปัญหาของดิชั้นนนหมดไปค่าสาวๆๆๆๆๆ

My Daerie ตัวนี้เป็นเครื่องลอนอัตโนมัตินะ ไม่ต้องหมุนมือให้เมื่อย หรือใครที่หมุนไม่เป็นจะหมุนยังไงตัวนี้ตอบโจทย์มากๆ เราแค่เอาผมไปวางไว้ตรงช่องหลังจากนั้นกดปุ่ม ม้วนไปเลยตามที่เราจะม้วนออก หรือม้วนเข้า คือสะดวกมากนะ

หลังจากนั้นก็ปล่อยลอนออกมาสวยๆ บอกเลยเพียงไม่กี่วิคือแบบก็สวยได้แล้วอ่ะทุกคน แล้วไม่ต้องมานั่งรอนานนะ นั่งกะเวลาว่าตอนไหนควรจะเอาออก เพราะเราสามารถตั้งค่าเวลาม้วนผมเองได้เลยซึ่งทุกๆลอนที่ออกมาจะได้ความลอนสวยๆด้วยเวลาที่เท่ากัน พอเสร็จเจ้าตัวนี้มันจะดังติ๊ดๆๆๆ ตอนนั้นเราถึงเอาออกได้ คือเก๋มากกกกก

อีกอย่างคือเจ้าตัวนี้สามารถปรับระดับความร้อน ตามที่เราพอใจได้เลยนะ ซึ่งมันจะมีเลขอุณหภูมิบอกเราที่หน้าจอดิจิตอล

อันนี้คือชอบสุดเจ้าตัวนี้น้องมีระบบ Safety ที่ดีมากกก เวลาที่ผมพันกันเครื่องจะไม่หมุนให้นะทุกคนไม่ต้องกลัว มันจะดังติ๊ดๆๆ จนกว่าผมเราจะเลิกพันกัน หลายคนกลัวผมจะเสียเพราะด้วยความร้อนไม่ต้องกลัวเลยจ้าา ตัวนี้มีเคลือบสาร 
ทัวมารีนผมไม่เสียแน่นอน และปัญหาที่หลายๆคนกลัวคือบางคน ลอนละโดนผิวบ้างตัวนี้มีแกนร้อนไว้คอยป้องกัน ปลอดภัยหายห่วงแน่นอน

ราคา : 990 บาท ( ส่งฟรี )
พิกัด : https://linktr.ee/mydaerie.official


รีวิวโดย พิม THE STUDY TIMES 
 

“แพนโด้” ไอเท็มเด็ด ที่คนตาหมีแพนด้าไม่ควรพลาด ใต้ตาสะอาดแค่ปาดเบา เบา

เมื่อก่อนมีสิวที่ใต้ตา กับ ใต้ตาคือคล้ำมากกกกก ทำยังไงก็ไม่หาย เคย Search หานะว่าเป็นเพราะอะไร ไปหาพวกครีมบำรุงแพงๆมาใช้ก็ไม่หายสักที จนพี่สาวทักว่าแบบเพราะล้างหน้าไม่สะอาดรึป่าว เห้ย!!! เราก็แบบหรือจะเพราะเกี่ยวกับการทำความสะอาดหน้าจริงๆ

จนไปนั่งเค้นหาตาม TikTok จนได้เจอกับตัวนี้ เป็นสำลีเช็ดหน้า ของ PANDO โดนเฉพาะบริเวณรอบๆดวงตา คือ เช็ดได้ดีมาก

ในส่วนเนื้อสัมผัสนะบอกเลยว่านุ่มดีมากกกก เป็นใยฝ้ายอ่อนนุ่มสุดๆๆ ใช้แล้วคือไม่บาดผิวเลย สามารถใช้ซับน้ำได้ดีมากก ( ใช้กับ Cleansing แล้วเอามาเช็ดเครื่องสำอางได้ด้วยนะ ) ไม่ใช่แค่ไว้เช็ดเครื่องสำอาง คราบทั่วๆไปเราก็ยังสามารถใช้น้องตัวนี้ไปเช็ดได้ด้วย

และในส่วนที่พิมชอบมากที่สุด คือมันสามารถสอดนิ้วเข้าไปได้ และขนาดเหมาะกับการที่จะทำความสะอาดได้ดีมาก พอสอดนิ้วเข้าไป แล้วกดๆ เช็ดๆ ก็คือทำความสะอาดได้ทุกซอกทุกมุมจริงๆ

พิมบอกเลยว่ารอบดวงตาของเราควรที่จะดูแลเป็นพิเศษมากๆ เพราะดวงตาใช้ในการมองเห็น ถ้าศูนย์ไปบอกเลยว่าใช้ชีวิตลำบากแน่ บางคนทำความสะอาดไม่หมดถึงขนาดเป็นโรคต่างๆตามมา ตาอักเสบบ้าง ติดเชื้อบ้าง และนี่ก็เป็นเหตุผลนึงที่เราควรจะมีของดีๆแบบนี้ไว้ใช้กันค่ะ

พิกัด
ออนไลน์ : https://shope.ee/5pVWypaUtc ราคา : 109 บาท


รีวิวโดย พิม THE STUDY TIMES 
 

"มือ” ของเราอย่าปล่อยให้เหี่ยวย่น ก่อนวัยอันควร เพราะมันคือจุดเริ่มต้นแฝงของโรคภัยและ ยังแสดงถึงลักษณะการทำงานในชีวิตประจำวันอีกด้วย

“มือ” หนึ่งในอวัยวะที่ถูกใช้งานมากที่สุด ซึ่งคนส่วนใหญ่กลับให้ความสำคัญกับการดูแลผิวหน้า และผิวกาย และอาจละเลยการดูแลสุขภาพผิวมืออย่างถูกวิธี ทำให้มือแห้งกร้าน เกิดริ้วรอย และเหี่ยวย่นลงเร็วกว่าปกติ เนื่องจากมือเป็นอวัยวะที่แทบจะไม่มีต่อมไขมันอยู่เลย มือจึงสามารถสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนเยาว์ หรือความร่วงโรยแห่งวัยอย่างเห็นได้ชัดเจน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงกนกวรรณ เศรษฐพงศ์วานิช มาแนะ “อย่าปล่อยให้มือต้องเผชิญกับความไม่อ่อนเยาว์ก่อนวัย”
.
แพทย์หญิงกนกวรรณ เศรษฐพงศ์วานิช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะนำวิธีดูแล "มือ" ให้สวยจรดปลายนิ้ว ป้องกันผิวมือร่วงโรยก่อนวัยอันควรว่า ในแต่ละวันมือของเราเป็นอวัยวะที่ถูกใช้งานมากที่สุด ทั้งใช้ทำงาน ทำกิจกรรมตลอดทั้งวัน หากเราละเลยไม่ใส่ใจดูแล มืออาจเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร และอาจประสบกับโรคต่างๆ ได้  เพราะโรคเกี่ยวกับมือส่วนใหญ่นั้นมักมีสาเหตุมาจากลักษณะการทำงานในชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นการทำงานที่ต้องกระดกข้อมือขึ้นลงซ้ำๆ กันหรือการเกร็งนิ้วมือเป็นระยะเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เมาส์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ บุคคลที่ทำหน้าที่แคชเชียร์ พนักงานธนาคาร หรือแม้แต่ทันตแพทย์ และแพทย์ผ่าตัด เป็นต้น ก็อาจส่งผลให้เส้นประสาทบริเวณมือถูกบีบรัดจนมากเกินไป ทำให้เกิดอาการนิ้วล็อค อาการเส้นประสาทที่ข้อมืออักเสบ หรือที่เรียกว่าโรคพังผืดเส้นประสาทที่ข้อมือ โดยจะมีอาการชาบริเวณนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ และนิ้วกลาง หรือบางส่วนของนิ้วนาง ทำให้มืออ่อนแรง หยิบจับสิ่งของไม่สะดวก สมรรถนะในการทำงานลดลง
.
นอกจากนี้ยังสามารถประสบกับปัญหาโรคผื่นผิวหนังอักเสบ หรือที่เรียกว่าโรคมือลอก ซึ่งมีสาเหตุจากการสัมผัสสารระคายเคืองที่รุนแรง เช่น พวกกรด หรือด่างต่างๆ ที่มักพบในสบู่ แชมพู ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ หรือเกิดได้จากปฏิกิริยาภูมิแพ้ของร่างกายต่อสารสัมผัส เช่น การแพ้โลหะนิเกิล, สารในยาย้อมผม, ผลิตภัณฑ์จากยาง อย่างถุงมือยาง, รองเท้า, น้ำหอม หรือสารกันบูดในเครื่องสำอาง เป็นต้น โดยจะทำให้ผิวหนังที่มือเหี่ยว มีผื่นแดง ผิวแตกลอกเป็นขุย เกิดการระคายเคือง หรืออาจจะมีตุ่มน้ำใสขนาดเล็กที่มือได้ นอกจากนั้นการล้างมือด้วยแอลกอฮอล์บ่อยๆ ก็ยังส่งผลให้ผิวมือไม่เรียบ แห้งกร้าน เหี่ยวย่น และสูญเสียความชุ่มชื้นได้อีกด้วย
.
การดูแลสุขภาพผิว "มือ" ให้แข็งแรงนั้นสามารถทำได้ด้วยการใช้ครีมบำรุงผิวมือทุกครั้ง เพื่อสร้างเกราะป้องกันความชุ่มชื้นไม่ให้ถูกทำลายไป ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันรำข้าว, น้ำมันออร์แกนิคจากต้นอาร์แกน, น้ำกุหลาบออร์แกนิค, น้ำมะพร้าวออร์แกนิค เป็นต้น เพื่อช่วยลดหรือชะลอการสูญเสียน้ำในชั้นผิวหนัง ทำให้ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้านและน่าสัมผัส หากผิวบอบบางและแพ้ง่าย ก็ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนผสมน้ำหอม และสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ และระคายเคือง สุขภาพผิวมือที่แข็งแรง 
.
น้ำมันรำข้าว อุดมด้วยวิตามินอีในกลุ่มโทโคไตรอีนอล และโทโคฟีรอล รวมถึงสารแกมม่า-ออริซา มีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ ได้ดีกว่าวิตามินอีทั่วไปถึง 6 เท่า รวมถึงปกป้องเซลล์ผิวจากการถูกแสงแดดทำลาย ช่วยฟื้นฟูผิวให้ชุ่มชื้น ซึบซาบสู่ผิวได้ง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่อุดตันรูขุมขน
.
น้ำมันออร์แกนิคจากต้นอาร์แกน ต้นไม้หายากที่เติบโตได้เฉพาะในพื้นที่กึ่งทะเลทรายแถบตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศโมร็อคโค ได้รับการขนานนามว่าเป็น “น้ำอมฤตมหัศจรรย์” อุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิเด้นท์โดยเฉพาะวิตามิน อี, โอเมก้า 3,6,9 เปี่ยมประสิทธิภาพในการลดเลือนริ้วรอยแห่งวัยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว ฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพจากมลภาวะ
.
น้ำกุหลาบออร์แกนิค ปลอบประโลมผิว ลดการอักเสบ มอบความชุ่มชื้นและฟื้นฟูสภาพผิวที่เสื่อมสภาพ
.
น้ำมันมะพร้าวออร์แกนิค อุดมด้วยวิตามินอี มอบความชุ่มชื้นสู่ผิว พร้อมคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์


ที่มา https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/522659 
 

Mask ดีดี เหมาะกับวัยเรียน ทรงสวย ไม่เป็นสิว ใช้ดีต้องบอกเพื่อนต่อ

เนื่องจากยุคนี้โรคระบาดมาแรงงงงงค่าสาวว และด้วยที่เป็นคนหน้าแพ้ง่ายมาก ปกติก็สิวขึ้นเต็มหน้าเต็มแก้มอยู่แล้ว ใช้อะไรไม่ถูกหน้าหน่อยก็มาละ สิว สิว สิว !! มาบวกกับต้องใส่แมส 



เพราะยุคนี้ไม่ใส่ไม่ได้ สิวก็เห่อไปอีกสิแย่มากก...แต่พิมหลุดพ้นสิวมาได้เพราะตัวนี้ Mask เกาหลี ของ Anyguard รุ่น KF94 คือดีมากกก ใช้มาเกือบครึ่งปีแล้ว ติดใจมาก ป้ายยาทั้งเพื่อน แฟน แล้วก็คนในบ้านเป็นที่เรียบร้อยจ้า



ส่วนใครที่ไม่ชอบสีขาวกลัวเปื้อนง่าย ไม่ต้องห่วงนี่เลยจ้า เขามี 2 สี ขาว , ดำ ส่วนไซส์ มี ใหญ่ ,เล็ก เด็กใช้ได้ ผู้ใหญ่ก็ใช้ดีค่า ตั้งแต่เจอตัวนี้คือนอกใจไปหาตัวอื่นไม่ได้เลยเพราะดีเกินคาดมากกกกก จากเป็นสิวตรงแก้ม ( แพ้แมสยี่ห้ออื่นใส่แล้วคันมากก สิวเห่อแก้มสุดๆ ) 



ละตอนนี้คือไม่มีสิวตรงแก้มดูได้จากรูปเลย เนียนมากก ใส่แล้วไม่คัน ไม่เคือง สบายสุดๆต่างจากรูปทางซ้ายมือมาก รูปนั้นคือ พิมตอน 5 เดือนก่อนหน้าพังเว่อ มันไม่ได้เลย



ส่วนโครงแมสคือดี แถมเข้ารูปหน้าสวยมากก ชอบบบ ดูเป็นสาวเกาเกาใจหน้าเรียวสุด อันเก่าที่พิมใส่ยี่ห้ออื่น ใส่แล้วดูหน้าอ้วนมากไม่เป็นทรงเลย ( รูปซ้ายมือ ) 
.
เรื่องความปลอดภัย คือปลอดภัยหายห่วงตัวนี้ ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง ป้องกันฝุ่นละอองและเชื้อโรคได้ดีมาก!!!! มาตรฐาน KF94 ของเกาหลี



อย่าลืมไปตำของดีๆ แบบนี้กันน้าทุกคน ยุคแบบนี้แมสดีๆอย่าพลาดเด้อ



 

ลดน้ำหนักแบบเฟิร์ม ๆ ปลอดภัยไม่ต้องพึ่งยาลดความอ้วน

เชื่อว่าการมีรูปร่างที่ดีและสุขภาพแข็งแรงเป็นความฝันของผู้หญิงทุกคน ทำให้หลายๆ คนหันมาดูแลตัวเองด้วยการลดน้ำหนัก แต่วิธีลดน้ำหนักก็มีหลายแบบ บางคนอาจไม่สะดวกไปเข้าฟิตเนส ก็อาจหันมาออกกำลังกายง่ายๆ ด้วยตัวเองที่บ้าน พร้อมกับการควบคุมอาหารเพื่อสุขภาพ แทนการหันไปพึ่งยาลดความอ้วน ซึ่งอาจส่งผลเสียและเป็นอันตรายต่อการลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เราพยายาม ไม่ท้อถอยและมีระเบียบวินัยต่อตัวเอง เริ่มทำได้ด้วย 10 วิธีง่าย ๆ ดังต่อไปนี้
.
1. กินอาหารคีโต
การกินอาหารแบบคีโตเจนิก ไดเอต หรือ "กินคีโต" ก็เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ต้องลดน้ำหนัก โดยจะเป็นการกินที่เน้นปริมาณไขมันสูง โปรตีนปริมาณปานกลาง และคาร์โบไฮเดรต (แป้ง) ในปริมาณที่น้อยมาก เพื่อให้ร่างกายดึงพลังงานจากส่วนอื่นๆ มาทดแทน


2. ดื่มน้ำก่อนมื้ออาหาร
วิธีลดความอ้วนที่ทำได้ง่ายมากๆ และเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นลดน้ำหนักที่ต้องการลดปริมาณการกินอาหารในแต่ละวันลง ให้ดื่มน้ำเปล่า 1 แก้ว ก่อนจะถึงมื้ออาหารประมาณ 30 นาที วิธีนี้จะทำให้เรากินข้าวได้น้อยลง และทำให้หิวน้อยลงด้วย
.
3. ลดความถี่ในการดื่มน้ำหวาน ชาไข่มุกและน้ำอัดลม
ผู้หญิงหลายคนดื่มน้ำหวานประเภทต่างๆ จนติดเป็นนิสัยทั้งที่ความจริงแล้วเครื่องดื่มเหล่านั้นมีปริมาณน้ำตาลที่สูงมาก อีกทั้งมีสารปรุงแต่งกลิ่นอีกมากมาย ลองปรับเปลี่ยนใหม่ด้วยการหันมาดื่มน้ำผลไม้ปั่น น้ำเปล่า หรือน้ำวิตามินเกลือแร่แทน
.
4. เคี้ยวอาหารให้ละเอียด
หลายๆ คน ที่มักจะรับประทานอาหารอย่างรวดเร็วจนลืมที่จะเคี้ยวอาหารแต่ละคำให้ละเอียด ข้อดีของการเคี้ยวอาหารช้าๆ ที่หลายคนอาจมองข้ามไปก็คือ ร่างกายจะดูดซึมสารอาหารอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เราอิ่มเร็ว และกินอาหารในปริมาณที่น้อยลงกว่าเดิม 
.
5. เพิ่มปริมาณผักและผลไม้
ผักและผลไม้ถือเป็นส่วนหนึ่งของอาหาร 5 หมู่ ที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย เนื่องจากให้วิตามินและเกลือแร่สูง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น ลดอาการท้องผูก ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง อีกทั้งยังมีส่วนช่วยใยการควบคุมน้ำตาลในเลือดด้วย 


6. หลีกเลี่ยงอาหารสำเร็จรูป
คนยุคนี้ที่ใช้ชีวิตอย่างรีบเร่งและเน้นความสะดวกสบาย ทำให้อาหารสำเร็จรูป อาหารกึ่งสำเร็จรูป และอาหารแช่แข็งกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน อาหารเหล่านี้มีปริมาณโซเดียมสูง ซึ่งการบริโภคในปริมาณที่มากเกินไป จะทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำไว้ใต้ผิวหนัง ทำให้หลายคนมีอาการ "หน้าบวม" และทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นด้วย หลีกเลี่ยงได้ควรเลี่ยง 
.
7. งดของทอด
การลดน้ำหนักและไขมันสะสมในร่างกายอย่างเร่งด่วน นอกจากออกกำลังกายควบคู่ไปกับการคุมอาหารแล้ว ก็อย่าลืมงดบริโภคอาหารประเภทของทอดที่เป็นตัวการเพิ่มน้ำหนัก เลือกอาหารที่มีปริมาณแคลอรีต่ำ เพียงแค่นี้เป้าหมายในการลดน้ำหนักก็อยู่แค่เอื้อมไปอีกขั้น
.
8. เล่นโยคะ
การเล่นโยคะนอกจากช่วยลดน้ำหนักและบำบัดอาการออฟฟิศซินโดรมแล้ว ยังช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย เนื่องจากเป็นวิธีการสร้างสมดุลให้ร่างกายและระบบไหลเวียนโลหิต ผสานกับกล้ามเนื้อและการหายใจเข้า-ออก อีกทั้งยังสลายไขมันและทำให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้นอีกด้วย


9. เล่นฮูลาฮูปวันละ 30 นาที
สำหรับคนที่ขี้เกียจออกกำลังกาย หรือไม่มีเวลาไปเข้าฟิตเนส ก็ลองหาฮูลาฮูปมาเล่นที่บ้านแบบเพลินๆ วันละ 30 นาที เพื่อช่วยเผาผลาญไขมันไปในตัว โดยเฉพาะบริเวณเอว หน้าท้อง และสะโพก ถือเป็นการขยับเคลื่อนไหวร่างกายให้ระบบการไหลเวียนเลือดดี
.
10. พักผ่อนให้เพียงพอ
วิธีลดน้ำหนักที่จำเป็นมากๆ ต่อสุขภาพ ซึ่งหลายคนอาจมองข้ามไปก็คือ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ประมาณวันละ 7-8 ชั่วโมง และควรกินอาหารมื้อเย็นให้เสร็จก่อนเข้านอน ราวๆ 3-4 ชั่วโมง เนื่องจากการนอนหลับที่มีคุณภาพนั้น จะเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญขณะที่เรานอนหลับพักผ่อน


สุดท้ายนี้ แต่ละคนก็อาจมีเทคนิคและวิธีลดน้ำหนักที่แตกต่างกันออกไป เพียงแค่หาวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองให้เจอ ค่อยๆ ทำสะสมไปเรื่อยๆ จนติดเป็นนิสัย หากทำได้ ไม่เพียงแค่มีรูปร่างที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังได้สุขภาพดีๆ กลับมาเป็นของแถม


ที่มา https://www.thairath.co.th/lifestyle/health-and-beauty/2302092?fbclid=IwAR1_KjHRuhXMNY4V7qg2riNS_HPLACDzn8BRLOilsibmNg5xezaVPL1poPU
 

ผิวหน้าห่างไกล “ฝ้า” ด้วยวิธีป้องกันแบบง่าย ๆ

"แสงแดด" เป็นพลังงานที่มีฤทธิ์สะสม ผลเสียต่อผิวหนัง และถ้าหน้าของเราถูกแสงแดดสะสมต่อเนื่องร่างกายของเราจะซ่อมแซมไม่ทัน จนทำให้เกิดความผิดปกติที่ผิวหนังโดยเฉพาะ "ฝ้า" รวมถึง กระ สิว ริ้วรอย รวมถึงมะเร็งผิวหนัง
.
"ฝ้า" สาเหตุหลัก ๆ คือเกิดจาก "แสงแดด" ไม่ว่าจะเป็นแสงแดดจากกิจกรรมกลางแจ้ง หรือแม้กระทั่งเพียงถูกไอแดดผ่านทางหน้าต่าง และหน้าจอคอมพิวเตอร์ ก็สามารถทำให้เกิดฝ้าได้ทั้งสิ้น  ส่วนสาเหตุอื่น ๆ ที่เป็นตัวเสริมทำให้เป็นฝ้ามากขึ้น ได้แก่ ฮอร์โมนเพศหญิง เช่น การได้รับยาคุมกำเนิดหรือฮอร์โมนรักษาวัยทอง ยาบางชนิด เป็นต้น
.
แสงแดดไม่ว่าช่วงเช้าหรือเย็น ก็มีรังสีอัลตราไวโอเลต ซึ่งเป็นรังสีตัวการที่ทำให้เกิด ฝ้า กระ รอยเหี่ยวย่น และสิว ตามมา สำหรับแสงแดดช่วงกลางวัน ระหว่างเวลา 10.00 -  15.00 น.  เป็นช่วงที่แดดแรงที่สุด และมีรังสีอัลตราไวโอเลตมากที่สุด แต่ปัญหากลับน้อย เพราะคนมักกลัว เลยหลบเลี่ยงได้ดี แต่ในช่วงเช้าหรือเย็นที่มีความแรงของแสงแดดน้อยกว่า กลับเป็นปัญหามากกว่า เพราะคนไม่กลัว บางคนถูกแสงแดดนานเป็นชั่วโมง ทั้งที่จริงๆ การถูกแสงแดดนานกว่า 5 นาทีผิวก็เริ่มเสียแล้ว
.
การป้องกันสำคัญกว่าการรักษา
ถ้าทำงานกลางแจ้งหรือต้องถูกไอแดดเป็นเวลานาน ให้ทาครีมกันแดดอย่างถูกต้อง ใส่ผ้าปิดหน้าตลอด ใส่หมวกปีกกว้าง
หรือถ้าขับขี่หรือซ้อนมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ต้องสัมผัสแดดโดยตรงและมักต้องสัมผัสเป็นเวลานาน ให้ป้องกัน 3 ชั้น คือ
1. ทาครีมกันแดดอย่างถูกต้อง
2. ใส่ผ้าปิดหน้า
3. ใส่หมวกกันน็อคชนิดเต็มใบ ติดฟิล์มชนิดสีเข้มทุกครั้งที่ขับหรือซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ ใกล้ หรือไกล ใส่ทุกครั้งไม่มีข้อยกเว้น

วิธีการทาครีมกันแดดอย่างถูกต้อง
เลือกครีมกันแดด ยี่ห้อที่เชื่อถือได้ มี อย. มี SPF 50 ขึ้นไป และ กัน UVA (ดูจาก PA ตั้งแต่3+ ขึ้นไป หรือเครื่องหมาย  PA ที่มีวงกลมล้อมรอบ)
 .
ทาครีมกันแดดปริมาณตามมาตรฐานคือ 1 กรัมต่อการทาทั่วหน้า 1 ครั้ง สามารถกะปริมาณได้โดย บีบครีมยาว 2 ข้อนิ้ว ความกว้างลำครีมครึ่งเซนติเมตร ทาทั่วหน้า เกลี่ยครีมเบา ๆให้เข้าไปในผิวหน้าให้สีเสมอกัน หากจะทาลงมาที่คอด้วยก็ได้ แต่ต้องเพิ่มปริมาณครีมกันแดดด้วย
 .
หากทาน้อยกว่านี้ จะมีประสิทธิภาพในการกันแดดน้อย ทาทุกวันตอนเช้า และทาซ้ำอีกทีก่อนออกไปทำกิจกรรมที่ต้องถูกแสงแดดแรงๆ หรือนานๆ เช่นออกกำลังกายกลางแจ้ง ไปเที่ยวชายทะเล
 

ทั้งนี้ เพราะครีมกันแดดจะกันแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดในช่วงระยะเวลา 2 ชม. แรกหลังทา การทาซ้ำถ้ามีที่ล้างหน้าให้ล้างหน้าก่อน ถ้าไม่มีที่ล้างหน้าให้ทาซ้ำไปได้เลย


ที่มา https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/503307 
 

“รักษาสิว” ในวัยรุ่น ด้วย 8 เคล็ด (ไม่) ลับ

สิว ปัญหาที่วัยรุ่นหลายคนต้องพบเจอแน่นอน เพราะช่วงวัยรุ่นเป็นช่วงที่ฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้สิววัยรุ่นเป็นง่ายมาก แต่ถ้ามีการดูแลรักษาสิวที่ดี ก็จะทำให้ไม่เกิดรอยสิว สิวหาย ไม่เกิดสิวซ้ำซากหรือสิวอักเสบรุนแรงอย่างแน่นอน ซึ่งสิววัยรุ่นรักษาได้ง่ายมาก ไม่ยุ่งยากและไม่ต้องเสียค่ารักษาแพงด้วย จะมีวิธีรักษาสิวอย่างไรไปดูกันเลยค่ะ
.
1.รักษาความสะอาดผิวหน้า 
ผิวหน้าสะอาดก็จะช่วยลดการเกิดสิว ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าที่เหมาะกับสภาพผิววันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ระหว่างวันห้ามจับหรือสัมผัสผิวหน้าเด็ดขาดเพราะอาจจะทำให้ผิวหน้าสกปรกและเกิดสิวอักเสบได้ สามารถซับเหงื่อได้ด้วยผ้าเช็ดหน้า แต่ห้ามเช็ดถูเด็ดขาด

2.ใช้ยาแต้มสิวที่เหมาะสม ยาแต้มสิวมีหลายชนิด เช่น 
Benzoyl Peroxide มีตั้งแต่ 2.5% 5% 10% แนะนำให้ใช้เบาๆ ก่อน เพราะจะเกิดการระคายเคืองน้อยกว่า ไม่ควรใช้แรงมากเพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองและดื้อยา
Salicylic Acid ช่วยละลายหัวสิวได้ดี แต่หากเป็นสิวอุดตันที่มีไขมันอาจใช้ไม่ได้ผลดีมากนัก
Retinoids ช่วยรักษาสิวชนิดรุนแรงมากหรือสิวที่รักษายาก

3.อย่าทำให้ผิวหน้าแห้ง
ผิวแห้งทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้นและก่อให้เกิดสิวมากขึ้น ดังนั้นไม่ควรปล่อยหรือทำให้ผิวหน้าแห้ง ไม่ควรใช้โฟมล้างหน้าที่ทำให้ผิวแห้งตึง อย่าเช็ดหน้าบ่อยเกินไป ควรทามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้น และทาครีมบำรุงผิวที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น
.
4.ทาครีมกันแดดเป็นประจำ
แสงแดดทำให้ผิวแห้ง หมองคล้ำ และเกิดความมันส่วนเกิน ซึ่งจะทำให้ผิวอ่อนแอและเกิดสิวได้ง่าย ดังนั้นทุกครั้งก่อนออกจากบ้านเราควรทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านเป็นประจำเพื่อปกป้องผิวจากแสงแดด
.
5.ทานอาหารที่มีประโยชน์
อาหารที่มีประโยชน์จะช่วยให้ผิวสวยจากภายในสู่ภายนอก ลดการทำงานของต่อมไขมัน และลดการเกิดสิว อาหารที่มีประโยชน์ เช่น ปลา ผักใบเขียว ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวและมีปริมาณน้ำตาลน้อย เพราะอาหารเหล่านี้จะมีสารต้านอนุมูลอิสระ สารอาหารที่ดี โปรตีนที่มีประโยชน์ และมีวิตามินซีสูง ช่วยในเรื่องผิวพรรณที่สวยงาม

6.ออกกำลังเป็นประจำทุกวัน
ช่วงวัยรุ่นเป็นช่วงที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลงมาก การออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยให้การผลิตฮอร์โมนเป็นไปได้อย่างสมดุลมากขึ้น และช่วยให้ผิวพรรณดีและลดการเกิดสิว

7.ดื่มน้ำเยอะๆ
การดื่มน้ำเยอะ ๆ จะช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นและโครงสร้างผิวมีความแข็งแรง ส่งผลให้ต่อมไขมันมีการทำงานน้อยลงเพราะไม่ต้องสร้างน้ำมันออกมาที่ผิวมากนัก เพราะจากผิวมีความชุ่มชื้นมากพออยู่แล้ว
.
8.เข้านอนเร็วและอย่าเครียดหรือคิดมาก
การนอนดึกและความเครียดจะทำให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนต่างๆ ที่ผิดปกติ เช่น การนอนดึกและความเครียดทำให้เกิดการหลั่งคอร์ติซอลมากเกินไป ซึ่งคอร์ติซอลมีผลทำให้ต่อมไขมันทำงานหนักมากขึ้น เกิดความมันส่วนเกินและเกิดสิวอุดตันได้ง่าย
 


ที่มา https://www.matichon.co.th/publicize/news_2573819 
 

รวบตึง 6 สกินแคร์ชายไทย ใช้แล้วหน้าใส หล่อแบบทุกองศา!!

ผู้ชายบางคนมักจะไม่ค่อยมีสกินแคร์ หรือรู้การบำรุงสักเท่าไหร่ ส่วนมากจะมีแต่โฟมล้างหน้าเท่านั้น ที่คอยทำความสะอาดผิวหน้า แต่ว่าวันนี้ THE STUDY TIMES รวบสกินแคร์ ที่ผู้ชายสามารถใช้บำรุงผิวหน้าทั้งเช้าและเย็นได้หรือสำหรับใครที่ผิวแพ้ง่าย ไปกันเลย !

1.) Oriental Princess for Men Oil Control Facial Treatment Essence

เอสเซนส์บำรุงผิวหน้า ที่คิดค้นมาเพื่อตอบโจทย์ผิวผู้ชายโดยเฉพาะ ด้วยสารสกัดลิขสิทธิ์เฉพาะของ Oriental Princess “Natural Rejuvenating Complex” จาก Kakadu Plum ที่มีวิตามินซีมากกว่าส้มถึง 200 เท่า จึงตรงเข้าฟื้นฟูผิวคล้ำเสียได้อย่างล้ำลึก ทำให้ผิวดูขาวกระจ่างใสขึ้นใน 14 วัน แถมยังควบคุมความมันยาวนาน 8 ชม. ใช้ขวดเดียวผิวหน้าก็ดูดีและดูหล่อขึ้นได้ ไม่ต้องบำรุงหลายขั้นตอน!

2.) SK-II Facial Men Treatment Essence

เอสเซนส์เพื่อผิวกระจ่างใสแบบผู้ชาย จาก SK-II ขวดนี้ อุดมด้วยพิเทร่ เข้มข้นกว่า 90% ซึ่งเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าพิเทร่ เป็นส่วนผสมสำคัญในทุกผลิตภัณฑ์ของ SK-II ที่ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน รูขุมขนดูกระชับ พร้อมทั้งลดความมัน และช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นใน 14 วัน ถือเป็นอีกหนึ่งสกินแคร์ผู้ชายที่หนุ่ม ๆ ไม่ควรพลาด!

3.) BIOTHERM Homme Force Supreme Life Essence

พัฒนาต่อยอดจาก Life Plankton Essence สูตรดั้งเดิม ซึ่งประกอบด้วย Life Plankton เข้มข้น 5% ช่วยฟื้นบำรุงและปลอบประโลมผิวที่ร่วงโรยให้กลับมาชุ่มชื้น ช่วยลดความมันบนใบหน้าอันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว รูขุมขนดูกระชับ ช่วยลดรอยดำและรอยแดง รวมถึงลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

4.) KIEHL'S  Age Defender Power Serum

สกินแคร์ผู้ชายตัวต่อไปที่เราอยากมาแนะนำหนุ่ม ๆ ก็คือ เซรั่มบำรุงผิวจาก KIEHL'S ขวดนี้นั่นเอง โดยเซรั่มตัวนี้เค้ามีส่วนผสมของ Cypress Extract ที่ช่วยต่อต้านความร่วงโรยของผิว ช่วยกระชับผิวหย่อนคล้อย พร้อมทั้งช่วยลดเลือนริ้วรอย ให้ผิวดูยืดหยุ่นขึ้นและอ่อนวัยลง แถมเนื้อบางเบา ซึมสู่ผิวอย่างง่ายดาย ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่ทิ้งความมันไว้บนผิวให้รำคาญใจเลย

5.) SHISEIDO Men Active Energizing Concentrate 

อีกหนึ่งสกินแคร์ผู้ชายที่เราไม่อยากให้หนุ่ม ๆ พลาดเลยก็คือ เซรั่มลดเลือนริ้วรอยสูตรเข้มข้น จาก SHISEIDO ขวดนี้นี่เองค่ะ โดยหลัก ๆ แล้วเซรั่มตัวนี้จะช่วยคืนความกระชับยืดหยุ่นให้กับผิว ทำให้รูขุมขนดูเล็กลง และริ้วรอยแห่งวัยดูลดเลือนได้ภายใน 2 สัปดาห์ อีกทั้งยังช่วยลดความหมองคล้ำ และช่วยดูดซับน้ำมันส่วนเกิน พร้อมมอบความชุ่มชื้นให้ผิวได้อย่างยาวนานอีกด้วย

6.) L’Occitane Cade Energizing Face Fluid 

มาต่อกันที่เซรั่ม L’Occitane Cade Energizing Face Fluid กันค่ะ ความดีงามของตัวนี้คือเค้าจะช่วยฟื้นบำรุงผิวที่ร่วงโรย อ่อนล้า ให้กลับมาดูกระจ่างใสและมีชีวิตชีวา นอกจากนี้ยังช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า และช่วยลดความมันส่วนเกินสาเหตุของการเกิดสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเนื้อผิวสัมผัสที่ไม่เหนียวเหนอะหนะ งานนี้บอกเลยว่าถูกใจหนุ่ม ๆ แน่นอน


อ้างอิง : https://www.wongnai.com/highlight-products/brightening-skincare-for-men
 


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STUDY TIMES
Take Me Top