Tuesday, 9 August 2022
TRENDING

วันตรุษจีน เด็ก ๆ หลายคนรวมถึงผู้ใหญ่ก็คงคาดหวัง “อั่งเปา” หรือ “แต๊ะเอีย” แบบจัดหนัก แล้ว 2 สิ่งนี้ต่างกันอย่างไร ?

ในวันตรุษจีนที่จะถึงนี้ เด็ก ๆ หลายคนอาจจะกำลังนึกถึงซองสีแดงหลายซองแน่นอน ซึ่งสิ่งนี้เรียกว่า อั่งเปา หรือ แต๊ะเอีย ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะสับสนว่า 2 อย่างนี้แตกต่างกันอย่างไร THE STUDY TIMES หาคำตอบมาให้แล้วค่ะ ! 

อั่งเปา แปลว่า ซองสีแดง เป็นการออกเสียงตามภาษาจีนถิ่นแต้จิ๋ว ถ้าเป็นภาษาจีนกลางอ่านว่า "หงเปา" เขียนด้วยอักษรจีน ดังนี้ 红包 (อั่งเปา) 红 = แดง 包 = กระเป๋า หรือซอง อั่งเปา คือ ซองแดง มักใช้เป็นซองใส่ธนบัตรหรือเงิน สำหรับมอบให้แก่กันในวันมงคลต่าง ๆ 

ชาวจีนเชื่อว่าสีแดงเป็นสีมงคล บนซองอั่งเปามีอักษรจีนมงคล ที่มีความหมายสื่อถึง ความสุข ความร่ำรวย และอายุยืนยาว เป็นต้น 

แต๊ะเอีย แปลว่า กด หรือทับไว้ที่เอว เป็นการออกเสียงตามภาษาจีนถิ่นแต้จิ๋ว มาจากคำว่า "แต๊ะโต๋วเอีย" แต่มักนิยมพูดย่อว่า "แต๊ะเอีย" เขียนด้วยอักษรจีน ดังนี้ 压腰 (แต๊ะเอีย) 压 = กด/ ทับ 腰 = เอว 

แต๊ะเอีย คือ ธรรมเนียมการอวยพรของคนจีน โดยการให้เงินหรือสิ่งของ ในสมัยก่อนผู้ใหญ่มักจะอวยพรเด็กเล็ก ด้วยการนำเหรียญ (เหรียญสมัยก่อนจะมีรูตรงกลาง) หรือถุงเงิน ถุงทอง ร้อยด้วยเชือกสีแดง และนำไปผูกไว้ที่เอวของเด็กๆ ในวันตรุษจีน

คนไทยเชื้อสายจีนจะนิยมให้เงินในซองอั่งเปาเป็นเลขคู่ เพราะถือเป็นตัวเลขมงคล นอกจากผู้อาวุโสจะมอบซองอั่งเปาให้แก่เด็กๆ หรือคนที่มีอายุน้อยกว่าแล้ว คนที่ทำงานแล้วก็ยังถือโอกาสนี้ มอบซองอั่งเปาให้กับพ่อแม่ หรือญาติผู้ใหญ่ได้เช่นกัน ในวันตรุษจีนเป็นวันที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ยังสามารถให้อั่งเปาในวันแต่งงาน วันมงคล หรือวันสำคัญที่เริ่มทำกิจการใหม่ๆ ได้อีกด้วย


แหล่งที่มา : 
https://www.thairath.co.th/lifestyle/culture/2030557
https://home.maefahluang.org/17731318/anpaoandtaeear

เสริมมงคลรับตรุษจีน! อยากเรียนเก่ง สอบผ่าน สักการะเทพแห่งการศึกษา “บุ่งเซียงตี่กุง”

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบัน การเรียน ถือเป็นความเครียดอันดับต้นๆ ของเด็กและผู้ปกครอง เพราะต้องแบกทั้งความรู้สึกดดัน ความหวัง และการแข่งขัน บางทีพยายามเต็มที่แล้วอาจยังไม่สบายใจ จึงต้องหาที่พึ่งทางใจกันบ้าง วันนี้จะพาทุกคนไปรู้จักกับเทพเจ้าจีน ที่นับถือกันว่าเป็นเทพแห่งการอำนวยประโยชน์ในด้านการศึกษา

ความจริงการเสริมดวงเรื่องการเรียนมีหลายวิธี แต่วิธีที่คนจีนโบราณแนะนำสู่ลูกหลานคือ การไปสักการะ บุ่งเซียงตี่กุง หรือ เหวินซางตี้จวิน เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภและเทพเจ้าการศึกษา และเทพเจ้าแห่งการประพันธ์ เป็นเทพที่ปัญญาชนเลื่อมใสศรัทธามากที่สุด คติความเชื่อคนจีนโบราณเชื่อว่าเป็นดาวเหวินซางดาวแห่งการศึกษามาจุติ บางทีเรียกว่าเทพกษัตริย์เหวินชาง

สำหรับการไปสักการะไปได้ที่ ศาลเจ้ากว๋องสิว วัดเล่งเน่ยยี่และวัดทิพยวารีวิหาร และวัดจีนอื่น ๆ ทั่วประเทศไทยที่มีการสร้างรูปเทพเจ้าเหวินซางตี้จวินไว้บูชา

วิธีบูชา เตรียมหัวหอม ที่พ้องเสียงกับคำว่าฉลาดในภาษาจีน ขึ้นฉ่าย ออกเสียงภาษาจีนกลางคล้ายความหมายว่า ความมุมานะ บากบั่น ซาลาเปา ออกเสียงภาษาจีนกลางคล้ายความหมายว่า การสอบติด และเสื้อที่ใส่วันสอบวางที่โต๊ะบูชา และนำบัตรประจำตัวสอบไปวนซ้ายไปขวาผ่านควันธูป เพราะมีความเชื่อว่าจะเสริมดวงเรื่องการสอบ


ขอบคุณที่มา: https://thaiza.com/horoscope/belief/399734/

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 ตรงกับ “วันตรุษจีน” วันปีใหม่ของจีน

ในวันตรุษจีนปี 2565 นี้ตรงกับวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เริ่มต้นเดือนใหม่พอดี แต่ยังมีหลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้ความหมายที่แท้จริงของวันตรุษจีนว่าจริง ๆ แล้วเป็นวันอะไร THE STUDY TIMES เลยขอรวบรวมถึงประวัติ ความเป็นมา และ ความสำคัญของวันตรุษจีนมาฝากกันค่ะ 

“เทศกาลตรุษจีน” หรือ “วันตรุษจีน” ไม่ได้ถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจนว่าเริ่มต้นเมื่อไหร่ แต่มีหลักฐานว่า อันที่จริงแล้ว เทศกาลตรุษจีนอาจเริ่มต้นในราชวงศ์โจว 周朝 (1046 - 256 ปีก่อนคริสตศักราช) เริ่มใช้คำว่า “Nián (年)” ซึ่งมีความหมายว่า “ปี” ในวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน ตรงกับปฏิทินตามจันทรคติจีน ในวันที่ 1 เดือน 1 และชาวจีนเริ่มนิยมสักการะเทพเจ้า และบรรพบุรุษ เพื่อขอพรจากฟ้าดิน ให้พืชผลทางการเกษตรงอกงาม มีกิน มีใช้ ตลอดทั้งปี

เทศกาลปีใหม่ของจีนจะไม่ตรงกันในแต่ละปี และไม่ตรงกับปฏิทินสากล โดย “วันตรุษจีน” จะอยู่ในช่วงปลายเดือนมกราคม - กลางเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงสิ้นสุดของฤดูหนาว (大寒 ) และเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ (立春) ที่แสงอาทิตย์มีอิทธิพลสร้างความอบอุ่น บรรเทาความหนาวจนสิ้นสุดลง และดอกไม้ต่างๆ เริ่มผลิบาน จึงตั้งเป็นวันแรกของฤดูทั้ง 24 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน สมัยนั้นชาวจีนให้ความสำคัญกับการเพาะปลูก จึงให้ความสำคัญกับปฏิทินจันทรคติด้วย เพื่อเตรียมเพาะปลูก เก็บเกี่ยว รวมถึงเตรียมไหว้เทพเจ้าในวันสำคัญตามความเชื่อทางศาสนา

ส่วนการเตรียมงานเพื่อการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนนั้น จะเริ่มขึ้นตั้งแต่ 1 เดือน ก่อนวันตรุษจีน โดยผู้คนจะเริ่มซื้อข้าวของต่าง ๆ เพื่อประดับตกแต่งบ้านเรือน และเตรียมทำความสะอาดครั้งใหญ่ ตั้งแต่ชั้นบนลงชั้นล่าง เนื่องจากมีความเชื่อว่าจะเป็นการปัดกวาดสิ่งที่ไม่ดีออกไป ภายในบ้าน ทั้งประตู หน้าต่าง จะประดับประดาไปด้วยสีแดง และกระดาษสีแดงที่มีคำอวยพรให้อายุยืน ร่ำรวย อยู่ดีมีสุข ฯลฯ 

จากนั้นครอบครัวจะร่วมรับประทานอาหารที่ล้วนแต่มีความหมายมงคลทั้งสิ้น เช่น กุ้ง จะหมายถึงชีวิตที่รุ่งเรืองและความสุข เป๋าฮื้อแห้ง หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ดี สลัดปลาสด จะนำมาซึ่งความโชคดี จีฉ่าย (ผมเทวดา) สาหร่าย จะนำความร่ำรวยมาให้ และขนมต้ม (Jiaozi) หมายถึงบรรพชนอวยพร หลังจากรับประทานอาหารค่ำแล้ว ทุกคนในครอบครัวจะนั่งกันจนเช้าเพื่อรอวันใหม่ โดยการเล่นเกม เล่นไพ่ หรือดูรายการทีวีที่เกี่ยวกับวันตรุษจีน และในวันนี้จะต้องไม่โกรธ ริษยา หรือไม่พอใจ เพื่อเป็นสิริมงคลที่ดีสำหรับปีที่กำลังจะมาถึง

โดยในวันตรุษจีนจะความเชื่อที่สืบทอดกันมา บางครอบครัวยึดถือเพื่อไม่ให้ขัดต่อโชคลาภที่จะได้รับในปีใหม่นี้ งดกิจกรรมที่มีความหมายไม่ดี เพื่อเชื่อว่าจะส่งผลไปตลอดทั้งปี ยกตัวอย่างเช่น

1.) ห้ามกวาดบ้าน เพราะเชื่อว่าจะเป็นการกวาดโชคลาภออกไปจากบ้านจนหมด
2.) ห้ามตัดผม สระผม ห้ามตัดเล็บ เพราะเชื่อว่าจะเป็นการนำความมั่งคั่งออกไป
3.) ห้ามใส่เสื้อผ้าสีขาวดำ เพราะเป็นสีแห่งความเศร้าโศก จึงนิยมใส่สีแดง เพราะเป็นสีแห่งความสุข และโชคดี
4.) ห้ามให้ยืมเงิน เพราะจะทำให้เสียทรัพย์ตลอดปี
5.) ห้ามพูดจาไม่ดี หรือ ห้ามพูดคำหยาบ เพราะจะทำให้ครอบครัวทะเลาะกัน และนำพาแต่เรื่องวุ่นวายมาตลอดทั้งปี

การเฉลิมฉลองตรุษจีนในประเทศไทย

สำหรับชาวไทยเชื้อสายจีนจะถือประเพณีปฏิบัติอยู่ 3 วัน คือ วันจ่าย วันไหว้ และ วันเที่ยว โดยยึดเอาสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน ดังนี้

วันจ่าย คือวันก่อนวันสิ้นปี เป็นวันที่ชาวไทยจะต้องไปซื้ออาหาร ผลไม้ และเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ ก่อนที่ร้านค้าทั้งหลายจะปิดร้านหยุดพักผ่อนยาว ไม่จำเป็นจะต้องมีการจุดธูปอัญเชิญเจ้าที่ (ตี่จู๋เอี๊ยะ) ให้ลงมาจากสวรรค์เพื่อรับการสักการบูชาของเจ้าบ้าน หลังจากที่ได้ไหว้อัญเชิญขึ้นสวรรค์เมื่อ 4 วันที่แล้วเพราะว่าเจ้าที่ไม่ได้ไปไหนเมื่อสี่วันที่แล้ว ตัวเราส่งแต่ เจ้าซิ้ง หรือเจ้าเตา

วันไหว้ จะแบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลาด้วยกัน ได้แก่ 

ตอนเช้ามืด จะไหว้ "ป้ายเล่าเอี๊ย" เป็นการไหว้เทพเจ้าต่างๆ เครื่องไหว้คือ เนื้อสัตว์สามอย่าง (ซาแซ ซำเช้ง) ได้แก่ หมู เป็ด ไก่ หรือเพิ่มตับ ปลา เป็นเนื้อสัตว์ห้าอย่าง (โหงวแซ) เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง

ตอนสาย จะไหว้ "ป้ายแป๋บ้อ" คือการไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูตามคติจีน การไหว้ครั้งนี้จะไหว้ไม่เกินเที่ยง เครื่องไหว้จะประกอบด้วย ซาแซ อาหารคาวหวาน (ส่วนมากจะทำตามที่ผู้ที่ล่วงลับเคยชอบ) 

รวมทั้งการเผากระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษเพื่ออุทิศแก่ผู้ล่วงลับ หลังจากนั้น ญาติพี่น้องจะมารวมกันรับประทานอาหารที่ได้เซ่นไหว้ไปเป็นสิริมงคล และถือเป็นเวลาที่ครอบครัวหรือวงศ์ตระกูลจะรวมตัวกันได้มากที่สุด จะแลกเปลี่ยนอั่งเปาหลังจากรับประทานอาหารร่วมกันแล้ว

ตอนบ่าย จะไหว้ "ป้ายฮ่อเฮียตี๋” เป็นการไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว เครื่องไหว้จะเป็นพวกขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล กระดาษเงินกระดาษทอง พร้อมทั้งมีการจุดประทัดเพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายและเพื่อเป็นสิริมงคล

วันเที่ยว หรือ วันถือ คือวันขึ้นปีใหม่ เป็นวันที่หนึ่ง ของเดือนที่หนึ่งของปี วันนี้ชาวจีนจะถือธรรมเนียมโบราณที่ยังปฏิบัติสืบต่อกันมาถึงปัจจุบันคือ "ป้ายเจีย" เป็นการไหว้ขอพรและอวยพรจากญาติผู้ใหญ่และผู้ที่เคารพรัก โดยนำส้มสีทองไปมอบให้ เหตุที่ให้ส้มก็เพราะส้มออกเสียงภาษาแต้จิ๋วว่า "กิก" (橘) ไปพ้องกับคำว่าความสุขหรือโชคลาภ 吉 แปลว่า โชคลาภ หรือ ภาษาฮกเกี้ยน และ ภาษากวางตุ้ง ส้มเรียกว่า "ก้าม" (柑) ซึ่งไปพ้องกับคำว่าทอง (金) เพราะฉะนั้นการให้ส้มจึงเหมือนนำความสุขหรือโชคลาภไปให้ จะมอบส้มจำนวน 4 ผล (เสมือนมี 吉 ประกอบกัน 4 ตัว ) 


แหล่งที่มา :
https://www.thairath.co.th/lifestyle/culture/2024639
https://travel.trueid.net/detail/YoR67XwBnXGo
https://hilight.kapook.com/view/19792
https://www.cigna.co.th/health-wellness/travel/chinese-new-year-history

สายมูห้ามพลาด!! 5 หมอดูออนไลน์สุดแม่น ปังทุกคำทำนาย

เชื่อว่าหลายๆ คนชอบดูดวงกันใช่ไหมเอ่ย วันนี้ THE STUDY TIMES จะมาแนะนำ 5 หมอดูดวงออนไลน์ ที่หลายเสียงคอนเฟิร์มว่าแม่น มาให้รู้จักกันค่ะ

1.) ชัญญาภัคร วิทยาอนุมานส (อ.ชัญญา)

อ.ชัญญา แม่หมอดูไพ่ยิปซีที่แม่นมากๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงาน การเงิน ชีวิตทั่วไป ความรัก และการดูโหงวเฮ้ง โดยใช้ศาสตร์ไพ่ยิปซีและไพ่ออราเคิล สำหรับคนที่ต้องการดูโหงวเฮ้งบนใบหน้า อ.ชัญญายังให้คำแนะนำสำหรับคนที่ต้องการปรับโหงวเฮ้งด้วย สามารถดูดวงผ่านโทรศัพท์หรือนัดดูแบบตัวต่อตัวได้ที่คอมมูนิตี้ มอลล์ ต้นซุง อเวนิว เลียบทางด่วนรามอินทรา ติดกับ SC Park 

ดูดวงได้ที่ FB: ชัญญา ไพ่จิตสัมผัส
เบอร์ติดต่อ 090-965-1596
ค่าพยากรณ์: เริ่มต้นที่ 1,000 บาท / 30 นาที

2.) อาจารย์คิม

อาจารย์คิม รับดูดวงโดยใช้ศาสตร์ไพ่ทาโรต์หรือไพ่ยิปซีในการทำนาย อาจารย์คิมมีดีกรีที่ไม่ธรรมดา เพราะจบด้านจิตวิทยามาโดยตรง แถมยังเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่มีความสามารถพิเศษในการดูดวง! วัยรุ่นคนไหนสนใจอยากลองดูดวงชะตา แนะนำคนนี้เลย

ดูดวงได้ที่ FB: ดูดวงกับอาจารย์คิม
ค่าพยากรณ์: เริ่มต้นที่ 59-2,000 บาท

3.) หมอวั้งอินดี้

สุดยอดหมอดูที่ดูดวงให้ดาราคนดังมานักต่อนัก แม่นจนขนลุกสุดๆ! ชาวเน็ตหลายคนบอกว่า นอกจากจะเปิดไพ่ดูดวงกับหมอวั้งแล้ว ยังได้ทั้งความแม่น ความฮา เพราะเป็นสนุกสนาน เหมือนดูไปคลายเครียดไปในตัวด้วย แถมยังแนะนำทริคดีๆ ช่วยเสริมดวงชะตาอีกด้วย ทั้งเรื่องไหว้พระทำบุญ สถานที่มงคล แต่งบ้านเสริมดวง เรียกได้ว่าครบวงจรเลยคนนี้

ดูดวงได้ที่ FB: หมอวั้ง
ค่าพยากรณ์: สอบถามได้ที่ LINE ID: thevang

4.) ดูดวงไพ่ยิปซีกับพิมพ์ฟ้า

หมอดูคนสวยที่โด่งดังจากเฟซบุ๊ก ด้วยเอกลักษณ์ในการดูไพ่ยิปซีแบบอินเทรนด์ร่วมสมัยถูกใจวัยรุ่น ให้คำแนะนำแบบง่าย ทำได้จริง ดูแม่นโดยเฉพาะเรื่องรักๆ ใคร่ๆ มือที่สามแนวนี้จะแม่นจริงขอยืนยัน! แถมมีหลากหลายแบบให้เลือกใช้บริการ ด้วยราคาที่ไม่แพง วัยใสจ่ายได้ เปิดไพ่ได้เยอะ ถามอะไรตอบได้ เรียกได้ว่าจุใจเต็มอิ่มยิ่งกว่าฟาสต์ฟู้ด แถมความแม่นไม่เป็นสองรองใคร ดูแล้วต้องกลับมาดูอีกเพราะติดใจ การันตีความตรงด้วยแสนไลก์บนเฟซ

ดูดวงได้ที่ FB: แม่หมอพิมพ์ฟ้า และ LINE ID: pimfah
ค่าพยากรณ์: 300-1,000 บาท

5.) หนูบีจอมโหด 295

หมอดูไพ่ยิปซีแม่นๆ ที่โด่งดังในยูทูบมากๆ เพราะมีเปิดไพ่แบบ PICK A DECK ให้ผู้ติดตามได้ดูฟรีๆ มีหัวข้อ ความรักทั้งคนโสดและคนมีคู่ และดวงแบบรายเดือน ด้วยสไตล์การพูดที่เป็นกันเองกับผู้ชมและความแม่นที่แฟนคลับต่างคอนเฟิร์มว่าจริง! ทำให้ช่องหนูบีจอมโหมเป็นช่องดูไพ่ยิปซีและไพ่ออราเคิลอันดับต้นๆ ของยูทูบไทย 

สำหรับใครอยากดูดวงแบบส่วนตัวต้องอดใจรอกันหน่อย เพราะหนูบีจะดูดวงเป็นรอบๆ ไป ใครอยากดู ลองไปติดตาม follow ที่ชาแนลของหนูบีได้เลย

ดูดวงได้ที่ YouTube: หนูบีจอมโหด 295


อ้างอิง 

https://www.shopback.co.th/blog/ดูดวงที่ไหนแม่น/
https://today.line.me/th/v2/article/Dwrkvp

6 ยี่ห้อรถสปอร์ต ที่หลาย ๆ คนใฝ่ฝัน !

หลายๆ คนอยากมีรถสปอร์ตไว้ขับแบบเท่ห์กันบ้างใช่ไหมคะ วันนี้ THE STUDY TIMES มาแนะนำให้เพื่อนๆ รู้จักยี่ห้อรถสปอร์ตเท่ห์ๆ สวยๆ กันค่ะ

1.) พอร์ช (Porsche)

กลายเป็นต้นแบบของความสมาร์ท และเท่สุดๆ สำหรับพอร์ชที่ประสบความสำเร็จที่สุดในวงการมอเตอร์สปอร์ต สามารถคว้าชัยชนะในรายการต่างๆ มากกว่า 28,000 ครั้ง ซึ่งปัจจุบัน Porsche เป็นผู้ผลิตรถแข่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก

2.) แอสตัน มาร์ติน (Aston Martin)

ถือเป็นรถสปอร์ตของแท้ สไตล์เป็นผู้ดีอังกฤษ ต่างจากเฟอร์รารี่หรือแลมโบกินี่ จากอิตาเลียน ที่จะโผงผางดิบ กระโชกโฮกฮาก แอสตันจะเป็นผู้ดีอังกฤษ มีหลักการออกแบบรถทุกรุ่นตาม สัดส่วนทองคำ หรือ Golden Ratio ซึ่งแอสตันเชื่อว่าเป็นสัดส่วนที่สวยงาม เลอค่า มากที่สุดเลยก็ว่าได้

3.) จากัวร์ (Jaguar)

อีกแบรนด์ดังที่มาพร้อมความหรูหรา รวดเร็ว ว่องไว มีต้นกำเนิดในเมืองโคเวนทรี อังกฤษ แต่ปัจจุบันจากัวร์อยู่ภายใต้การบริหารของทาทามอเตอร์ส มีโลโก้คือ “เสือจากัวร์” สัตว์ป่าตระกูลแมว จึงไม่แปลกที่จะถูกเซียนรถเรียกว่า “พยัคฆ์ลำพอง”

4.) แลมโบกินี่ (Lamborghini)

แบรนด์รถสปอร์ตชื่อดังที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในรถสปอร์ตที่ดีที่สุดในโลกที่หลาย ๆ คนทั้งหลายหมายปอง ด้วยดีไซน์เท่ดุดันตามสไตล์กระทิงดุ และ ราคาที่สูงแตะหลักสิบล้านบาท บ่งบอกถึงสไตล์ของคนขับได้เป็นอย่างดี

5.) เฟอร์รารี่ (Ferrari)

เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของความเร็ว ความหรูหราและความรวย รวมถึงเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตชื่อดังที่ประสบความสำเร็จ และมีการจำหน่ายไปทั่วโลก มีสีที่เป็นเอกลักษณ์ คือ สีแดง (Rosso Corsa) ซึ่งเป็นของรถแข่งอิตาลี เฟอร์รารี่ ถือเป็นค่ายรถที่ประสบความสำเร็จในกีฬาฟอร์มูล่าวันมากที่สุด

6.) ออดี้ (Audi)

รถยนต์ซีดานค่ายสี่ห่วงจากเยอรมัน ที่ดูจะถูกใจสาวเปรี้ยวทั้งหลาย ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกและภายในที่มีความสปอร์ตผสมผสานกับความหรูหรา ทำให้คุณภาพและรูปลักษณ์น่าใช้งานไม่แพ้คู่แข่งค่ายใด


อ้างอิง : https://www.mottoraka.com/lifestyle/%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87-10-%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%94/

5 เวย์โปรตีนที่ดีที่สุด สำหรับคนชอบออกกำลังกาย!!

เวย์โปรตีนเป็นอาหารเสริมที่ทุกคนต้องเคยได้ยินกันแน่นอน โดยเฉพาะพวกออกกำลังกาย ต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อ หรือนักเพาะกายมืออาชีพ และวันนี้เรายก 5 ยี่ห้อที่ดีที่สุด ทานได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายมารวมไว้ให้ ไปดูกันเลยว่ามีแบบไหนบ้าง

1.) Optimum Nutrition Gold Standard 100% Whey Protein

เวย์โปรตีนตัวนี้ไม่มีใครไม่รู้จักอย่างแน่นอน เพราะกวาดรางวัลมาแล้วหลายรางวัลติดต่อกันหลายปีซ้อน เป็นเวย์โปรตีนประเภท WPI (Whey Protein Isolate) ซึ่งส่วนผสมหลักในการผลิตคือ เวย์โปรตีนไอโซเลต ซึ่งเวย์ตัวนี้ให้โปรตีนมากถึง 24 กรัมต่อ 1 Scoop อีกทั้งยังมีไขมันเพียง 1.5 กรัม 

2.) Narlabs NITRO WHEY

Narlabs NITRO WHEY เป็นเวย์โปรตีนประเภท WPI อีกหนึ่งยี่ห้อที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยในการเสริมสร้างหุ่นล่ำ ๆ ของคุณโดยเฉพาะ ในส่วนผสมประกอบไปด้วย WPI และ WPC ให้โปรตีนเยอะกว่าเจ้าอื่นในตลาดที่ 35 กรัม ต่อ 1 Scoop เรียกว่าดื่ม 1 มื้อได้ปริมาณโปรตีนไปช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้อย่างจุใจกันเลยทีเดียว

3.) Muscletech NITROTECH Protein

อีกแบรนด์คุณภาพที่ได้รับความนิยมจากสหรัฐอเมริกากับ Nitrotech ทางแบรนด์เคลมว่าสูตรนี้เป็นสูตรโปรตีนที่ทรงพลังที่สุดที่เคยพัฒนา เป็นสูตรที่ได้รับการค้นคว้าและวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อโดยเฉพาะ เพราะสูตรพัฒนาโดยคำนึงถึงนักกีฬาที่ต้องการพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย เวย์ตัวนี้ประกอบด้วยเปปไทด์โปรตีนและโปรตีนที่ได้จากเวย์ไอโซเลท มีคุณสมบัติในการดูดซึมง่าย

4.) OPTIMUM Nutrition Platinum Hydro Whey

ติดโผมาอีกตัวกับแบรนด์ OPTIMUM Nutrition ซึ่งสูตรนี้จะแตกต่างจากอีกสูตร เป็นโปรตีนในรูปเปบไทด์ที่มีคุณสมบัติดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้เร็วที่สุดเมื่อเทียบกับเวย์ที่ผ่านกรรมวิธีอื่น ซึ่งโดยมีกระบวนการผลิตโดยแยกอนุภาคโปรตีนออกจากกันทำให้โปรตีนขนาดใหญ่แตกตัวเป็นชิ้นเล็ก ๆ ทำให้กล้ามเนื้อดูดซึมไช้งานได้อย่างรวดเร็ว ช่วยดึงสมรรถภาพทางกายที่แท้จริงของคุณออกมา และช่วยให้ฟื้นตัวจากการออกกำลังกายอย่างหนัก

5.) Dymatize Nutrition ISO 100

เวย์โปรตีนชื่อดังจากสหรัฐอเมริกาอีกตัวหนึ่งที่ได้รับมาตรฐานรับรองความปลอดภัยจาก GMP ผลิตโดยผ่านกระบวนการไฮโดรไลซ์เพื่อให้ได้โปรตีนที่มีขนาดเล็กเป็นพิเศษ ช่วยให้ร่างกายย่อยและดูดซึมไปใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นเวย์อีกตัวหนึ่งที่เป็นที่นิยมไปทั่วโลก ในระหว่างกระบวนการผลิตได้มีการใช้วิธีกรองแบบ Cross-flow ซึ่งช่วยในการกำจัดคาร์โบไฮเดรตส่วนเกิน ไขมัน แลคโตส และคอเลสเตอรอล และในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาส่วนสำคัญของโปรตีนให้มีคุณภาพ


อ้างอิง :https://www.khong-dee.com/03-00003/

แนะนำ 5 ของขวัญปีใหม่ ความหมายดีๆ ซื้อให้คนที่คุณรัก!!

นอกจากจะได้พบปะสังสรรค์หรือกินอาหารอร่อยๆ กับครอบครัว เพื่อน หรือคนรักแล้ว การมอบ ‘ของขวัญ’ ให้กับคนอื่นๆ นั้น เปรียบเสมือนการแสดงความรัก ความห่วงใย อีกด้วย การจะเลือกซื้อของขวัญสักชิ้น ความหมายของสิ่งนั้นก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน วันนี้ THE STUDY TIMES จะมาแนะนำ 5 ของขวัญความหมายดีๆ กันค่ะ

1. โคมไฟ

การมอบโคมไฟหรือหลอดไฟให้กับคนอื่นนั้น นอกจากเรื่องดีไซน์และความสวยงามแล้ว โคมไฟยังเป็นตัวแทนของแสงสว่าง และเป็นการอวยพรให้ผู้รับพบเจอแต่ทางสว่าง มีความสุข และยังแสดงถึงการให้กำลังใจได้อีกด้วยนะคะ

2. เสื้อผ้า

ใครไม่สนิทกันจริงบอกเลยว่าการเลือกซื้อเสื้อผ้าให้กันนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะหากไม่ได้ใส่ใจคนรับว่าชอบสไตล์ไหน สีไหน ขนาดตัวเท่าไหร่ ก็อาจจะไม่ถูกใจคนรับได้ แต่หากเลือกแบบที่คนรับชอบได้ก็ถือว่าเป็นอีกไอเดียของขวัญที่กินใจสุดๆ เลยค่ะ

3. กระเช้าอาหารเสริม

เป็นของขวัญที่เหมาะกับการมอบให้ผู้ที่โตกว่า ทั้งในเรื่องของอายุ หน้าที่การงาน รวมไปถึงคนสำคัญในชีวิต โดยกระเช้าเพื่อสุขภาพจะเป็นตัวแทนที่แสดงออกในเรื่องของความห่วงใย ความรัก และการเคารพนับถือ

5 ประโยค อวยพรปีใหม่ ส่งต่อความรู้สึก ซึ้งใจผู้ฟังแน่นอน!!

ใกล้จะเทศกาลปีใหม่แล้ว THE STUDY TIMES ขอรวบรวมประโยคที่ฟังแล้วรู้สึกดีในช่วงวันปีใหม่ รวมมาทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หวังว่าทุกคนจะนำไปใช้อวยพรให้กัน หรือโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย แบ่งปันกันค่ะ 

ปีใหม่นี้จะไม่เหงา!! 6 กิจกรรมน่าทำช่วงวันปีใหม่

อีกไม่กี่วันแล้วที่จะก้าวสู่ปีใหม่ ช่วงนี้มีแพลนจะทำอะไรในช่วงปีใหม่หรือยังคะเพื่อนๆ วันนี้ THE STUDY TIMES จะมาแนะนำ  6 กิจกรรมน่าทำในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ให้หายเหงา หายเบื่อ พร้อมแล้วไปดูกันเลยค่า

1. เคานต์ดาวน์

เป็นกิจกรรมอันดับแรกๆ เลยที่ผู้คนต่างทำกันในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ยิ่งในช่วงเทศกาล เน้นกิจกรรมเดินเที่ยวเล่น ชมแสงสีเสียง พลุดอกไม้ไฟ พร้อมกับชวนเพื่อนๆ หรือคนพิเศษนับ 5 4 3 2 1 ไปพร้อมกันเลยค้า


2. สวดมนต์ข้ามปี

สำหรับใครที่ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนและไม่ได้ไปเคานต์ดาวน์คืนวันสุดท้ายของปี ลองไปร่วมสวดมนต์ข้ามปี ตามวัดและสถานปฏิบัติธรรมต่างๆ เอาฤกษ์เอาชัยอิ่มบุญอิ่มใจ ได้พลังในการสู้กับอุปสรรคปัญหาตลอดทั้งปีหน้ากันอีกด้วยค่ะ


3. ปาร์ตี้ปิ้งย่างกับครอบครัว

ปีใหม่ปีนี้ หาโอกาสอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว ทานอาหารหรือปาร์ตี้ปิ้งย่าง เรียกว่าสุขข้ามปีไปพร้อมๆ กับครอบครัว สุขคูณสองสุดๆ 


4. มอบของขวัญปีใหม่

ลองมองหาของขวัญดีๆ มอบให้แก่คนที่เรารัก เพื่อเป็นสิ่งแทนใจและรับคำอวยพรดีๆ จากผู้ใหญ่ หรือจัดกิจกรรมจับฉลากสนุกๆ ในหมู่เพื่อน พี่ๆ น้องๆ เรียกรอยยิ้ม และเป็นการแลกของขวัญปีใหม่แก่กันอีกด้วยค่า

 

ใครอยากเรียนต่อเมืองนอก ต้องรู้!! ส่อง 8 เมืองสุดฮิต ที่คนเลือกไปเรียนต่อมากที่สุดในโลก!!

เมื่อพูดถึงการไปเรียนต่อต่างประเทศ หลายคนคงนึกถึงการเลือกคณะ มหาวิทยาลัย หรือที่พักอาศัยก่อนเลยใช่ไหมล่ะคะ แต่จริงๆ แล้ว เมืองที่จะไปเรียนต่อก็เป็นอีกปัจจัยที่เราควรให้ความสำคัญเช่นกัน

อันดับ 1 London, United Kingdom

มาถึงเมืองอันดับ 1 ที่หลายคนมีแพลนอยากไปเรียนต่อ “ลอนดอน” เป็นเมืองหลวง และเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอังกฤษ ลอนดอนมีมหาวิทยาลัยที่ถูกจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดเป็นอันดับ 7 และอันดับ 8 ของโลกอย่าง ‘Imperial College London’ และ ‘University College London’ ด้วย

แต่นอกจากคุณภาพการศึกษาที่ถูกการันตีด้วยอันดับแล้ว ในด้านการใช้ชีวิตลอนดอนยังเป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีผู้คนจากหลายประเทศทั่วโลกมาอาศัยอยู่ด้วย

 


อันดับ 2 Munich, Germany

“มิวนิก” เป็นหนึ่งเมืองในประเทศเยอรมนีที่ติดอันดับเมืองที่น่าเรียนที่สุดในโลก ปัจจุบันเมืองแห่งนี้ถือเป็นศูนย์กลางระดับโลกในด้านศิลปะ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การศึกษา และการท่องเที่ยว มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมายที่ดึงดูดผู้คนทั่วโลกให้มาเยี่ยมชมได้อยู่เสมอ นอกจากนี้มิวนิกยังมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมที่ดี อยู่ที่นี่จะเดินทางไปไหนมาไหนก็สะดวกสบายหายห่วง

 

อันดับ 3 Seoul, South Korea

อีกหนึ่งเมืองใหญ่ในเอเชียที่ได้ครองอันดับ 3 เมืองที่น่าเรียนที่สุดร่วมกับโตเกียวก็คือ “โซล” เมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้นี่เอง หลายคนคงเคยได้ยินมาว่า “โซลคือเมืองที่ไม่เคยหลับ” ไม่ว่าจะเช้าจะดึกขนาดไหน เมืองแห่งนี้ก็จะคึกคักอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศของตลาดกลางคืน ร้านน้ำชาโต้รุ่ง หรือเกมเซนเตอร์ขนาดใหญ่ที่รู้จักกันในนามของ ‘PC Bang’ บอกเลยว่าอยู่เมืองนี้ใช้ชีวิตเต็มที่ได้ทุกวันแน่นอน


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STUDY TIMES
Take Me Top