Saturday, 4 February 2023
NEWSFEED

ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ในกรณีการฉีดวัคซีนให้กับเด็กนักเรียน หวั่น เด็กเรียนหนังสือไม่ทัน กลับไปเรียนที่โรงเรียนไม่ได้

เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ.2564 ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีเนื้อหาดังนี้...

“ช่วงนี้ 27% ของเคสใหม่ใน อเมริกาเป็นเด็กเยาวชน สำหรับประเทศไทยอย.และกระทรวงสธ. และผมขอเพิ่มกระทรวงศึกษาธิการคงไม่อยากเห็นแบบนี้ในประเทศ ทางเดินมีได้สองทางคือ 1)ไม่ต้องเปิดเรียนไปเรื่อยๆและฉีดวัคซีนให้ผู้ใหญ่ให้ได้มากกว่านี้ก่อน 2)ฉีดวัคซีนให้เด็กแล้วเปิดเรียนด้วยมาตรการรักษาระยะห่างใส่หน้ากากเลี่ยงที่แออัด อย่างเคร่งครัด

ยิ่ง อย.ยิ่งคิดและตัดสินใจช้า เด็กก็คงกลับไปโรงเรียนไม่ได้ หรือได้แต่เสี่ยง อย่างที่เคยพูดไว้นานมาแล้วว่า เรื่องของระบาดวิทยาการระบาดของโรคแบบโควิดนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องทางการแพทย์อย่างเดียว แต่สังคมวิทยามีความสำคัญพอๆกันหรือมากกว่า

เด็กๆทั้งวัยเรียนประถม มัธยม และอุดมศึกษา ไม่ได้กลับไปชั้นเรียนมากันกว่าปีแล้ว เด็กๆไม่ได้เจอเพื่อนตัวเป็นๆ ไม่ได้คุยกันเสียงดังๆ ไม่ได้แอบกินขนมหรือแอบเล่นโทรศัพท์ในห้องเรียนให้ครูดุ กันทั้งปี เด็กที่เพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยปีนี้ยังไม่เคยได้ไปใช้ชีวิตใหม่ที่โลดโผนในปีแรกของการเป็นน้องใหม่ในมหาวิทยาลัย เด็กรุ่นช่วงนี้คงเกิดแผลเป็นในการพัฒนาทางสังคมไปตลอดจนเป็นผู้ใหญ่

นี่ไม่นับคุณภาพการเรียนการสอนออนไลน์ที่เด็กและครูในเมืองกับคุณภาพอินเตอร์เน็ตที่แตกต่างจะยิ่งทำให้ช่องว่างทางการศึกษาที่มีมากอยู่แล้วยิ่งมากขึ้นไปอีก เพราะแน่นอนว่าลูกคนมีฐานะย่อมมีอุปกรณ์และการสื่อสารที่แตกต่างกับในที่ห่างไกลอย่างมาก ไม่ต้องพูดถึงเด็กๆชายขอบ!!!

เข้าใจว่าผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษาพิจารณาการใช้วัคซีนในเด็กของ อย.จะมีความรู้ความชำนาญด้านการแพทย์และวัคซีนที่เก่งที่สุดในประเทศแล้ว แต่ผมไม่มั่นใจว่าใครๆในอย.และผู้กำหนดนโยบายจะคำนึงถึงเรื่อง สังคม และคุณภาพการศึกษาด้วยแค่ไหนครับ ไม่อยากให้ท่านเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างแผลเป็นทางสังคมให้เด็กๆและทำให้ช่องว่างทางการศึกษาในเยาวชนไทยกว้างขึ้นกว่านี้โดยที่เยาวชนเหล่านี้จะเป็นพลเมืองทรัพยากรของชาติเราในอนาคตอันใกล้…….อยากให้คนเก่งประเทศไทย คิดแล้วทำเองได้ก่อนใครๆบ้างอย่าไปรอให้ชาติใดๆตัดสินใจก่อน เลยครับ กล้าตัดสินใจกันหน่อยครับ

นิธิ มหานนท์ 
เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
9/9/64


ที่มา : https://www.facebook.com/nithi.mahanonda/posts/10159490288503895

เปิดประวัติ ผู้อำนวยการ เผด็จ อุทุมสกุลรัตน์ โรงเรียนดอนเมืองทหารอากาศบำรุง กรุงเทพฯ ผอ. ควักเงินประกันลูกศิษย์บุกชิงทอง หัวใจครู ไม่ทอดทิ้ง!!

คติธรรมประจำใจ 

“ถ้าวันนี้ถูก ไม่ต้องกลัวพรุ่งนี้” ท่านพุทธทาสภิกขุ




ภูมิลำเนาบ้านเกิด อ.พะงัน จังหวัด สุราษฎร์ธานี

ประวัติการศึกษา

พ.ศ.2538 ครุศาสตร์บัณฑิต วิชาเอกวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณิตศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
พ.ศ.2546 ครุศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


ประสบการณ์การทำงาน 

พ.ศ.2542 อาจารย์หนึ่งระดับ 3 โรงเรียนบัวปากท่าวิทยา จ.นครปฐม

พ.ศ.2547 ครูโรงเรียนพุทธจักรวิทยา กรุงเทพฯ

พ.ศ.2553 รองผู้อำนวยการชำนาญการ โรงเรียนกุนนทีรุทธารามวิทยาคม กรุงเทพฯ

พ.ศ.2556 รองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ รัชดา กรุงเทพฯ

พ.ศ.2558 ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ โรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ กรุงเทพฯ


ผลการปฏิบัติงาน

รางวัลหนึ่งแสนครูดี 

ผู้อำนวยการสถานศึกษาดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2560 จาก สมาคมผู้บริหารมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย

อุปนายกสมาคมผู้ปกครองและครูดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2560 จากสภาผู้ปกครองและครูแห่งประเทศไทย 

บุคคลผู้เสียสละตนทางการศึกษา ประจำปี พ.ศ.2562 จาก สํานักงานศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพฯ

ผู้จัดการทีมกีฬาฟุตซอลได้รับรางวัลชนะเลิศ ฟุตซอลระหว่างโรงเรียน ประจำปี พ.ศ.2562 รุ่น 14 ปี ประเภท ก กรมพลศึกษา

 



ที่มา : ประวัติผู้อำนวยการโรงเรียนดอนเมืองทหารอากาศบำรุง ท่านเผด็จ อุทุมสกุลรัตน์

.


 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกาศเปิดรับสมัครนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ ปีการศึกษา 2565 ในระบบ TCAS65 ในด้านความถนัดภาษาอังกฤษ รอบที่ 1 แฟ้มสะสมผลงาน

ประกาศจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เรื่อง การรับสมัครสอบคัดเลือกนักเรียนที่มีความถนัดทางภาษาอังกฤษ
เข้าศึกษาในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ ปีการศึกษา 2565
TCAS65 รอบที่ 1 แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)


รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก : 
https://admission.md.chula.ac.th/index_en.html

ผอ.โรงเรียน หอบเงินสดยื่นประกันตัวลูกศิษย์สาว ม.6 ก่อเหตุจี้ร้านทอง ยืนยันเป็นเด็กดี เรียนเก่ง เกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00 ฝากสื่อขอโทษสังคมดูแลเด็กไม่ทั่วถึง

วันนี้ (13 กันยายน พ.ศ.2564) ที่สภ.รัตนาธิเบศร์ อ.เมือง จ.นนทบุรี นายเผด็จ อุทุมสกุลรัตน์ ผอ. โรงเรียนดอนเมืองทหารอากาศบำรุง เขตดอนเมืองกรุงเทพฯ กล่าวว่า ตอนนี้ได้ประกันตัวนักเรียน ชั้น ม.6 ที่ก่อเหตุจี้ร้านทองเรียบร้อยแล้ว ส่วนสถานพินิจจะแจ้งว่ามาวันไหน เบื้องต้นไม่มีปัญหาอะไร และทางโรงเรียนต้องขอโทษที่ดูแลไม่ดีพอ และขอโทษแทนเด็กอาจจะเกิดจากความเครียด และไม่คิดดี ๆ ซึ่งนักเรียนคนนี้ไม่มีการเรียนที่แย่เลย ไม่ติดศูนย์ และเกรดเฉลี่ย 3 ขึ้นตลอด

ตอนนี้ไม่อยากให้ข้อมูลอะไรมาก อยากจะเยียวยาดูแลเด็กคนนี้ต่อไปในเรื่องต่าง ๆ หลังจากการพูดคุยกับกับนักเรียนแล้ว มีสีหน้าดีขึ้นแต่ไม่ค่อยพูดอะไรมากมาย ตอนนี้ใช้เงินประกันตัวน้องไปประมาณ 15,000 บาท ทางโรงเรียนจะประสาน สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด อีกครั้ง เพราะเด็กยังเป็นเยาวชน ตอนนี้ทางโรงเรียนจะช่วยเหลือทางครอบครัวนักเรียนไปก่อนในเบื้องต้น

ทั้งนี้มีรายงานว่า ทางกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี บช.สอท.หรือ CCIB จะติดตามสืบสวนในส่วนของคดีแชร์ที่โกงนักเรียนสาวจนสูญเงินไปกว่า 50,000 บาท 


ที่มา : https://mgronline.com/crime/detail/9640000090796

กระทรวงศึกษาธิการ เร่ง สถานศึกษารายงานจำนวนเด็กอายุ 12 – 18 ปี ที่ผู้ปกครองยินยอมให้เข้ารับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ตั้งเป้าฉีดเข็มแรกตุลาคมนี้ ในพื้นที่สีแดงเข้ม 29 จังหวัดก่อน

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้เปิดเผยว่า ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ชุดใหญ่ ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. เป็นประธาน การประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ได้อนุมัติในหลักการให้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้แก่นักเรียน นักศึกษา ที่มีอายุระหว่าง 12-18 ปี ทุกคน ทุกสังกัด กว่า 4.5 ล้านคน 

ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนพระปริยัติธรรม โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน กรุงเทพมหานคร ในช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2564 โดยฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้แก่นักเรียน นักศึกษา ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) จำนวน 29 จังหวัดก่อน

โดยนางสาวตรีนุช กล่าวว่า “ศธ.ได้วางแผนการดำเนินการฉีดวัคซีนให้แก่นักเรียน นักศึกษาในสังกัดทั้งของรัฐและเอกชน ที่มีอายุ 12-18 ปี ซึ่งการฉีดวัคซีนให้เด็กจะเป็นไปตามความสมัครใจ ที่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองก่อน โดย ศธ.ได้กำหนดให้มีการสร้างความรับรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์ของการฉีดวัคซีน และวิธีการปฏิบัติก่อนและหลังการฉีดวัคซีน ซึ่งจะเริ่มสร้างความเข้าใจในสัปดาห์หน้า”

หลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนของการสอบถามความยินยอมให้เด็กเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้กำหนดแบบฟอร์มยินยอมให้เด็กในปกครองฉีดวัคซีน และให้สถานศึกษานำส่งรายชื่อ และจำนวนนักเรียนที่ประสงค์จะฉีดวัคซีน เพื่อรวมรายชื่อทั้งในสังกัด ศธ.และนอกสังกัด ศธ.ไว้ที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด 

จากนั้นจะมีการประชุมเพื่อสรุปข้อมูลนักเรียนอายุระหว่าง 12 - 18 ปีกับสาธารณสุขจังหวัด เพื่อวางแผนการฉีดวัคซีน ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายว่าจะเริ่มการฉีดวัคซีนให้ได้ในเดือนตุลาคม พ.ศ.2564 เป็นต้นไป และจะเร่งดำเนินการฉีดให้เร็วและครอบคลุมที่สุด เพื่อรับการเปิดภาคเรียนที่ 2/2564 ในเดือนพฤศจิกายนนี้


ที่มา : https://www.facebook.com/557771550922674/posts/4739750849391369/
 

‘หมอเฉลิมชัย’ เผยข้อมูลการฉีดวัคซีนให้เด็กในต่างประเทศ สะท้อนเด็กไทยควรฉีดวัคซีนโควิดตัวไหน ระหว่าง Sinovac Sinopharm Pfizer และ Moderna แนะผู้ปกครองพิจารณา 3 มิติ

น.พ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ (หมอเฉลิมชัย) รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โพสต์ blockdit ส่วนตัว "ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย" โดยมีข้อความว่า 

เด็กไทยควรฉีดวัคซีนโควิดตัวไหนดี ระหว่าง Sinovac Sinopharm Pfizer และ Moderna

ในสถานการณ์โควิดกำลังเป็นโรคระบาดครั้งใหญ่ทั่วโลก กินเวลากว่าหนึ่งปีเศษแล้วนั้น ในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นกลุ่มที่มีรายงานการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเรื่องการฉีดวัคซีนน้อยที่สุด เพราะนักวิจัยมักจะหลีกเลี่ยงการทดลองในอาสาสมัครเด็กเสมอ โดยจะเริ่มทำการทดลองในอาสาสมัครที่เป็นผู้ใหญ่ก่อน หลังจากนั้นก็จะขยับมาทำการทดลองในผู้สูงอายุ และจะทดลองในเด็กเป็นลำดับสุดท้าย

เพราะเด็กเป็นวัยที่เปราะบาง ร่างกายยังไม่สมบูรณ์แข็งแรง และจิตใจก็ยังไม่เป็นผู้ใหญ่พอ ตลอดจนพ่อแม่ผู้ปกครอง มักจะไม่ยินยอมให้เด็กเข้าสู่การทดลองใดใดทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะเรื่องการทดลองยาหรือวัคซีน

โดยในช่วงเริ่มต้น เราจะมีรายงานการศึกษาเกี่ยวกับวัคซีนในอาสาสมัครอายุ 18-59 ปีเป็นหลัก แล้วจะเริ่มขยับไปทดลองในกลุ่มสูงอายุ ที่อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป

ส่วนการทดลองในเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีลงมา ก็จะเป็นกลุ่มสุดท้าย และจะค่อยทดลองจากอายุมากขยับลงไปหาอายุน้อยที่สุดเป็นลำดับ

จนถึงปัจจุบัน ทุกวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติให้ฉีดในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะกำหนดให้ฉีดในผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป ยกเว้นของ Pfizer ที่ทดลองในเด็กอายุ 16 ปีขึ้นไป

ต่อมาเริ่มมีการวิจัยการให้วัคซีนในผู้ที่อายุต่ำกว่า 16 ปี และมีข้อสรุปดังนี้

1.) ในเด็กและเยาวชนที่อายุมากกว่า 12 ปีขึ้นไป สามารถฉีดวัคซีนของ Pfizer และ Moderna ได้ในประเทศที่ได้รับการอนุมัติให้ฉีดในสถานการณ์ฉุกเฉิน

2.) ในกลุ่มที่มีการทดลองยังไม่สมบูรณ์ และให้เริ่มฉีดได้เลย ได้แก่

(2.1) ชิลี ให้ฉีดได้ในเด็กอายุตั้งแต่ 6 ขวบเป็นต้นไป
(2.2) คิวบา ให้ฉีดในเด็กอายุ 2 ขวบขึ้นไปได้

3.) ในส่วนที่ทำการวิจัยทดลองยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ยังไม่อนุญาตให้ฉีดเป็นการทั่วไป ได้แก่

(3.1) วัคซีนของ Pfizer และ Moderna กำลังทดลองฉีดในอายุตั้งแต่ห้าขวบขึ้นไป
(3.2) วัคซีนของ Sinovac และ Sinopharm กำลังทดลองฉีดในเด็กอายุสามขวบขึ้นไป

สำหรับในประเทศไทย โดยคำแนะนำของสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ ได้แนะนำ

1.) ยังไม่ฉีดเป็นการทั่วไป ในเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีลงมา

2.) เด็กอายุ 12-15 ปี ถ้าเป็นกลุ่มเสี่ยงคือมีโรคประจำตัวที่อาจจะเป็นอันตราย ให้พิจารณาฉีดวัคซีนได้

ก็จะมาถึงปัญหาของคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองว่า ถ้าลูกตนเองอยู่ในกลุ่มที่จะฉีดวัคซีนได้แล้ว จะฉีดวัคซีนบริษัทไหนดี ด้วยเหตุผลว่าอะไร คงจะต้องพิจารณาจาก 3 มิติด้วยกัน

1.) มิติผลข้างเคียง วัคซีนเทคโนโลยี mRNA เป็นเทคโนโลยีใหม่ ยังไม่เคยผลิตเป็นวัคซีนและฉีดให้เด็กและเยาวชนมาก่อนเลย และเริ่มพบมีปัญหากล้ามเนื้อหัวใจอักเสบในเด็กและเยาวชนผู้ชายพอสมควร พบประมาณ 5 รายใน 1 ล้านโดส

ส่วนวัคซีนเทคโนโลยีเชื้อตาย ได้เคยผลิตวัคซีน และนำมาฉีดในเด็กและเยาวชนมาหลายสิบปีแล้ว จึงมีความสบายใจได้ในเรื่องผลข้างเคียง

2.) มิติประสิทธิผล วัคซีนเทคโนโลยี mRNA มีประสิทธิผลสูงกว่าเทคโนโลยีเชื้อตาย

3.) มิติการเจ็บป่วยจากโควิด พบว่าในเด็กและเยาวชน เมื่อติดโควิดแล้วจะไม่ค่อยแสดงอาการ ในรายที่แสดงอาการ ก็จะมีอาการไม่ค่อยรุนแรง และมีจำนวนป่วยหนักและเสียชีวิตค่อนข้างน้อย

โดย 3 มิติดังกล่าวข้างต้น คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองจึงต้องชั่งใจให้ครบถ้วนว่า จะฉีดวัคซีนให้บุตรหลานตนเองหรือไม่อย่างไร และจะฉีดด้วยวัคซีนอะไรดี

สำหรับในประเทศไทย อย.ได้จดทะเบียนให้วัคซีน Pfizer กับ Moderna สามารถฉีดในอายุ 12 ปีขึ้นไปได้

ส่วนวัคซีนเทคโนโลยีเชื้อตาย Sinopharm ได้ยื่นขอจดทะเบียนฉีดในเด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไปแล้ว กำลังรอผลการพิจารณา

ส่วนวัคซีน Sinovac จะยื่นขอจดทะเบียนในเร็ววันนี้ สำหรับฉีดในเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป

ส่วนการฉีดวัคซีนให้กับเด็กในต่างประเทศนั้น "ฐานเศรษฐกิจ" ติดตามข้อมูลพบว่า ประเทศคิวบาเป็นประเทศแรกในโลก ที่ประกาศฉีดวัคซีนโควิด-19 (Covid-19) ให้กับเด็กอายุน้อย ตั้งแต่สองขวบขึ้นไป เพื่อรองรับการเปิดเทอม โดยเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2564 คิวบาได้สร้างความประหลาดใจให้กับทั่วโลก โดยการประกาศให้ฉีดวัคซีนสองยี่ห้อ คือ Abdala และ Soberana ซึ่งใช้โปรตีนเป็นฐานแบบเดียวกับ Novavax และ Sanofi ให้กับเด็กตั้งแต่อายุ 2 ขวบถึง 11 ปี

สหรัฐอเมริกา อิสราเอล เยอรมัน ฝรั่งเศส ให้ฉีดในเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปได้ เฉพาะของ Pfizer

ชิลี ให้ฉีดวัคซีนในเด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไปได้ ของ Sinovac

อังกฤษและไทย ให้ฉีดวัคซีนในเด็กอายุ 16 ปีขึ้นไป ส่วนอายุ 12-15 ปี ฉีดให้เฉพาะกลุ่มเสี่ยงได้แก่ มีโรคประจำตัว

โดยที่บริษัท Pfizer และ Moderna กำลังวิจัยทดลองในเด็กอายุตั้งแต่ห้าขวบขึ้นไป

ส่วนบริษัท Sinovac และ Sinopharm กำลังวิจัยทดลองในเด็กอายุตั้งแต่สามขวบขึ้นไป


ที่มา : https://www.blockdit.com/posts/6138ba2e4d06050c5ead97df

ตำรวจคุมตัว นร.หญิงวัย 17 ปี ควงมีดปล้นร้านทองที่ห้างย่านรัตนาธิเบศร์ เผยสาเหตุ มีความจำเป็นที่ต้องทำเพราะนำเงินค่าประกันชีวิตพ่อไปเล่นแชร์ออนไลน์ โชคร้ายโดนโกงหมดตัว

จากกรณีคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทองในร้านทอง "เยาวราชกรุงเทพ" ชั้น 1 ห้างบิ๊กซี ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี กวาดทองรูปพรรณกว่า 30 บาท หลบหนี สุดท้ายไม่รอดโดนจับกุมตัวไว้ได้ สารภาพที่ก่อเหตุเพราะลงทุนแชร์ออนไลน์แล้วถูกโกงเป็นหนี้กว่า 50,000 บาท

หลังจับกุมตัวได้ ทาง พ.ต.อ.เมษนนท์ นาขวัญ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ สั่งการให้ พ.ต.ท.บรรจบ ราชกิจ สว.สส.สภ.รัตนาธิเบศร์ นำตัวนักเรียนหญิงวัย 17 ปี รายนี้มาสอบปากคำเพิ่มเติมที่โรงพัก พร้อมทั้งเชิญตัวพนักงานขายร้านทองมาตรวจนับของกลางซึ่งพบว่าทองหนักกว่า 30 บาท ยังอยู่ครบ

ทั้งนี้  พ.ต.ท.บรรจบ ราชกิจ สว.สส.สภ.รัตนาธิเบศร์ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อแนบสำนวนหลักฐานส่งฟ้องนักเรียนสาวรายนี้ พบว่าระหว่างลงมือก่อเหตุคนร้ายได้เข้ามาทางประตูหน้าห้างโดยใส่ชุดดำทั้งชุด ปล่อยผมยาว จากนั้นเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำของห้างโดยเปลี่ยนเป็นใส่เสื้อเหลือง สวมหมวกแก๊ปสีชมพู กางเกงวอร์มสีดำขลิบขาว ลงมือก่อเหตุใช้มีดจี้พนักงานและได้ทรัพย์สินเป็นทองรูปพรรณหนักกว่า 30 บาท ก่อนวิ่งหลบหนีไปทางร้านอาหารในห้าง เพื่อวิ่งออกหน้าประตูและมีพลเมืองดีเห็นเหตุการณ์ใช้เท้าเตะขัดขาจนล้มลง ก่อนลุกขึ้นวิ่งหลบหนีอย่างรวดเร็ว 

โดยมีพนักงานร้านทองและคนในห้างวิ่งไล่ติดตามไป จนกระทั่งเจ้าหน้าที่สายตรวจร้านทองและชาวบ้านสามารถตามจับคนร้ายได้ โดยไม่คิดว่าจะเป็นนักเรียนหญิงอายุแค่ 17 ปี ที่กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.6 โรงเรียนชื่อดังย่านดอนเมือง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวส่งศาลเยาวชนเด็กและครอบครัวในวันนี้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.เมษนนท์ นาขวัญ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศ หลังจากเมื่อวานที่มีการจับกุมไป วันนี้ทางเราได้สอบปากคำเพิ่มเติม มีข้อเท็จจริงว่าน้องเอาเงินประกันที่พ่อน้องเสียชีวิตจำนวน 50,000 บาท ไปลงทุนทางออนไลน์ เป็นการเล่นแชร์แบบออมเงิน ลงทุนไป 50,000 ฝากไว้ก็จะได้ดอกเบี้ย 6,000 บาท ตอนแรกผลจากการลงทุนก็ได้ดีได้มาตลอด แต่หลังๆ น้องถูกโกงเงินจำนวนนี้ไป รวมทั้งแม่น้องได้สอบถามเรื่องเงินจำนวนนี้ น้องจึงหมดหนทางเลยตัดสินใจชิงทอง เพื่อเอาเงินจำนวนนี้ไปใส่ในบัญชี และให้แม่ดู 

จากพฤติกรรมน้องคาดว่าวางแผนมาก่อนที่จะลงมือก่อเหตุ ซึ่งทางเราให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลา น้องมี ไม่ร้องไห้ ไม่พูด และเงียบ ตอนนี้ยายทวดน้องเข้ามาดูแลอยู่เพราะแม่น้องติดโควิดอยู่ในจังหวัดอื่น ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าทางครอบครัวน้องเป็นอย่างไร วันนี้จะไปศาลเด็กและพาน้องไปบ้านปราณีที่จังหวัดนครปฐม เพื่อให้น้องไปอยู่สถานพินิจเพื่อให้นักสังคมสอบ ส่วนฐานความผิดพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาเบื้องต้น คือชิงทรัพย์ไว้ก่อน


ที่มา : https://mgronline.com/crime/detail/9640000090695
 


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STUDY TIMES
Take Me Top