Tuesday, 6 December 2022
NEWSFEED

นายกรัฐมนตรี ชื่นชม ทีมผู้จัดงานและทีมผู้เข้าแข่งขัน World RoboCup 2022 พร้อมรับชมการแสดงหุ่นยนต์จากทีมชนะรางวัลระดับโลก

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2565 เวลา 09.30 น. ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม (ดีอีเอส) นำคณะนักเรียนนักศึกษาได้รับรางวัลจากการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลก World RoboCup 2022 จำนวน 6 สถาบัน เข้าพบ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับทีมหุ่นยนต์ประเทศไทย ในการพัฒนาความสามารถต่อยอดองค์ความรู้ในการแข่งขันเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยมี นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง คณะผู้จัดงาน World RoboCup 2022 (มหาวิทยาลัยมหิดล) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วย ทั้งนี้ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีสรุปสาระสำคัญ ดังนี้
.
นายกรัฐมนตรี ชมการสาธิตการแสดงหุ่นยนต์จากทีมนักเรียนนักศึกษาที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลก World RoboCup 2022 โดยกล่าวชื่นชมกับความสำเร็จของทุกคน พร้อมแนะนำให้มีการพัฒนาศักยภาพหุ่นยนต์ให้มีความสามารถที่หลากหลายภายในหุ่นยนต์ตัวเดียวกันสามารถทำหน้าที่ได้หลายอย่าง รวมทั้งมีการติดตั้งอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการการปฏิบัติหน้าที่ของหุ่นยนต์และให้สามารถเข้าไปในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยากลำบากซึ่งคนไม่สามารถเข้าไปได้ เช่น ในพื้นที่แคบหรือที่สูง โดยเฉพาะหุ่นยนต์ในการกู้ภัยต่างๆ หรือหุ่นยนต์ที่ใช้สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ทางทหาร เป็นต้น
.
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีแนะนำให้มีการนำคณะนักเรียนนักศึกษาที่ได้รับรางวัลไปศึกษาดูงานในพื้นที่ EEC ซึ่งรัฐบาลได้มีการวางแผนและดำเนินการในหลายด้านทั้ง EECh EECd EECi EECmd EECa เพื่อพัฒนาขับเคลื่อนประเทศไปสู่อนาคตตามเป้าหมายที่กำหนด ทั้งนี้ เพื่อให้เยาวชนได้มีการนำความรู้ไปต่อยอดพัฒนาศักภาพตนเองให้สอดคล้องกันการพัฒนาประเทศในอนาคต รวมถึงเน้นย้ำให้พัฒนาศักยภาพตนเองไปสู่การเป็น Start up เพื่อเพิ่มมูลค่าและสามารถสร้างอาชีพและรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศด้วย
.
ในตอนท้ายนายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณคณะครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษาที่ได้รับรางวัลฯ ตลอดจนคณะผู้จัดงาน World RoboCup 2022 (มหาวิทยาลัยมหิดล) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคนที่ร่วมกันดำเนินจนเกิดผลสำเร็จตามเป้าหมาย พร้อมย้ำให้พัฒนาขีดความสามารถผลิตหุ่นยนต์ให้ตรงกับความต้องการและความมุ่งหมายในการใช้ประโยชน์ได้จริง เกิดผลเป็นรูปธรรม และสามารถสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นได้ โดยขอให้ประสานความร่วมมือและบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องที่มีการดำเนินการในเรื่องนี้อยู่แล้วทั้งในส่วนของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงกลาโหม เป็นต้น โดยขณะนี้รัฐบาลได้มีนโยบายในการใช้จ่ายงบประมาณส่วนหนึ่งในการจัดหาอุปกรณ์และยุทโธปกรณ์ที่ผลิตเองในประเทศแล้วซึ่งจะสามารถลดค่าใช้จ่ายและงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์จากต่างประเทศได้ด้วย ทั้งนี้ในส่วนของคณะทำงานและนักเรียนนักศึกษา พร้อมรับจะนำข้อเสนอแนะนายกรัฐมนตรีไปพัฒนาปรับปรุงหุ่นยนต์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและสามารถใช้งานให้เกิดประโยชน์ได้อย่างแท้จริงตามเป้าหมายที่กำหนด
.
สำหรับการจัดการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลกภายใต้ชื่องาน “World RoboCup 2022, Bangkok, Thailand” คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 13 – 17 กรกฎาคม 2565 เพื่อส่งเสริมผลักดันในการวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์และการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับความสนใจมีผู้เข้าร่วมงานจากหน่วยงานวิจัยต่าง ๆ ทั่วโลกลงทะเบียนมากว่า 3,000 คน จาก 45 ประเทศทั่วโลก และเยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพในการแข่งขันฯ จนได้รับรางวัลหลายรายการ
.
ทั้งนี้ตัวแทนเยาวชนของไทย 7 ทีม จาก 6 สถาบันการศึกษา ได้รับหลายรางวัลสำคัญในประเภทหุ่นยนต์ในบ้าน / เพื่อการศึกษา และหุ่นยนต์กู้ภัย โดยมีรายชื่อทีมที่คว้ารางวัล ดังนี้
1. ทีม SeaSky จาก โรงเรียน มอ. วิทยานุสรณ์ 
2. ทีม iRAP ROBOT จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 
3. ทีม BART LAB Rescue Robotics จากมหาวิทยาลัยมหิดล 
4. ทีม E-TECH All DAY จากวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) 
5. ทีม E-TECH All NIGHT จากวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) 
6.ทีม SMT robot จาก โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว 
7. ทีม TPA – TOA Witthaya จาก โรงเรียนทีโอเอวิทยา เทศบาล ๑ วัดคำสายทอง 
.
“วันนี้ ผมขอขอบคุณคณะผู้จัดงาน World RoboCup 2022 จากมหาวิทยาลัยมหิดล รวมผู้แทนนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ ที่มีความตั้งใจร่วมเสนอผลงานในกิจกรรมครั้งนี้ การจัดงาน World RoboCup 2022, Bangkok, Thailand มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมผลักดันการวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์และการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติของประเทศ สร้างกลุ่มเครือข่ายความร่วมมือในการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในวิชาการด้านหุ่นยนต์ระหว่างสถาบันการศึกษาทุกระดับชั้นรวมถึงหน่วยงานวิจัยต่าง ๆ ทั่วโลก”นายชัยวุฒิกล่าว 


ที่มา https://mgronline.com/politics/detail/9650000076795 
 

เด็กหญิงบนดอยสูงวัย 11 ปี ฝันอยากมีของขวัญให้แม่สักครั้งในชีวิต เขียนจดหมายฝากครูส่งให้ทหารพรานจนฝันเป็นจริง

เด็กหญิงวัย 11 ปี ซึ่งอยู่บนดอยสูง เขียนจดหมายถึงทหารพราน ขอผ้าห่ม มุ้งชุดใหม่ เพื่อเอาให้แม่ เป็นของขวัญ "วันแม่" ด้านเจ้าหน้าที่รีบทำตามคำขอ แม้ต้องเดินเท้าข้ามห้วย ข้ามดอย ไกลกว่า 3 กม.
.
เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 65 เกิดเรื่องราวน่าประทับใจ เมื่อเด็กหญิงชนาพร จอมแดนนา หรือ น้องมึกา เด็กสาวชาวกะเหรี่ยง อายุ 11 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 5 โรงเรียนบ้านห้วยโป่ง หมู่ที่ 10 ต.แม่ตื่น อ.แม่ระมาด จ.ตาก ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ต้องการของขวัญให้แม่ เนื่องในวันแม่ จึงเขียนจดหมายมาขอความช่วยเหลือจากทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 ฐานปฏิบัติการบ้านเลอตอ 
.
โดยในจดหมายมีเนื้อหาใจความว่า "สวัสดีค่ะพี่ทหารพราน หนูชื่อเด็กหญิงชนาพร จอมแดนนา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านห้วยโป่ง หนูเคยได้ยินพี่ๆ ทหารพรานเคยบอกว่า ถ้ามีเรื่องเดือดร้อน หรือต้องการความช่วยเหลือให้แจ้งกับหน่วยทหารพราน หรือแจ้งผ่านทางออนไลน์ของหน่วยก็ได้ แต่หนูไม่มีโทรศัพท์เลยเขียนข้อความแล้วฝากให้คุณครูช่วยส่งต่อให้ค่ะ คือว่าหนูเคยเห็นพี่ทหารพรานเคยเอาผ้าห่มมาแจกให้ชาวบ้านหลายครั้ง แต่บ้านหนูยังไม่เคยได้รับเลย หนูอยากได้เพื่อเป็นของขวัญวันแม่ ถ้าพี่ทหารพรานมีผ้าห่ม หรือมุ้งหนูขอบ้างนะคะ ขอบพระคุณค่ะ"
.
ทั้งนี้ เด็กหญิงชนาพรส่งให้คุณครูวิโรจน์ เนื่องอินต๊ะ ครูประจำชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านห้วยโป่ง เพื่อส่งต่อไปให้ทหารพรานฐานปฏิบัติการบ้านเลอตอ และทันทีที่เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับแจ้งข้อความ ก็รีบส่งต่อไปยัง พ.อ.จักรพงษ์ เทพพันธุ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 ก่อนรีบสั่งการให้กำลังพลหนึ่งชุดปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชน รีบดำเนินการจัดหาสิ่งของตามที่เด็กหญิงร้องขอ เช่น มุ้งกันยุง ผ้าห่ม และเสื้อผ้ากันหนาวอย่างดีจากกองทัพบก อุปกรณ์การเรียนและยารักษาโรค ดอกมะลิพร้อมพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นำไปให้ทันที
.
ทั้งนี้ ทหารพราน ฉก.35 และทีมแพทย์ทหารพราน เดินทางมาถึงที่โรงเรียนบ้านห้วยโป่ง ก่อนที่ เด็กหญิงชนาพร ซึ่งดีใจมาก จะรีบเดินเท้าพาคณะครูและทหารพรานนับสิบนาย ออกเดินทางข้ามลำห้วย และเส้นทางบนดอย ไกลกว่า 3 กิโลเมตร จนมาถึงบ้านพัก เพื่อพบกับ นางหทัยทิพย์ ทวีพานพันธ์ อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นมารดา และ นายติ๊นีดา จอมแดนนา อายุ 34 ปี บิดา
.
จากนั้นเจ้าหน้าที่ทหารพรานจึงได้แจ้งวัตถุประสงค์ว่านำสิ่งของมามอบให้ตามที่เด็กหญิงชนาพรได้เขียนจดหมายร้องขอ พร้อมทั้งได้นำทีมแพทย์สนามมาตรวจสุขภาพให้ทั้งคู่ด้วย เบื้องต้นมีสุขภาพแข็งแรงดีมาก
.
ก่อนที่ เด็กหญิงชนาพร จะนำดอกมะลิไปก้มลงกราบมารดา และโผกอดคุณแม่ สร้างความประทับใจทั้งทีมทหารพรานและครอบครัวเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ทีมคุณหมอทหารพรานยังได้ซื้อไก่ทอดจากร้านดัง จากห้างในตัวอำเภอแม่สอดมามอบให้เด็กหญิงได้รับประทานด้วย
.
ด้านเด็กหญิงชนาพรกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ตนรู้สึกดีใจมากที่จดหมายของตนส่งถึงพี่ทหารพราน จนคุณแม่ของตนเองได้มีผ้าห่มผืนใหม่ และมุ้งใหม่นำไปใช้ และตนเองได้ดอกมะลิมากราบมอบให้คุณแม่ในวันแม่ตามความฝัน และตนสัญญาว่าจะตั้งใจเรียนและเป็นคนดีของประเทศไทยต่อไป
.
ส่วนครูประจำชั้น กล่าวว่า รู้สึกดีใจและขอขอบคุณ พ.อ.จักรพงษ์ เทพพันธุ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 และทีมทหารพรานบ้านเลอตอทุกนาย ที่เห็นความฝันในกระดาษจดหมายของเด็กหญิงคนดอย ซึ่งเป็นเด็กหญิงกตัญญูตั้งใจเรียนซึ่งมีความฝันอยากมีของขวัญไปมอบให้แม่ของตนเองสักครั้งในโอกาสวันแม่ ซึ่งความฝันกลายเป็นความจริง และตนเองจะอบรมดูแลลูกศิษย์ทุกคนให้เป็นคนดีของชาติไทยต่อไป


ที่มา https://www.thairath.co.th/news/society/2469036 
 

“แม่ในนวนิยายไทย” นิทรรศการเทิดพระเกียรติ วิวัฒนาการของนวนิยายไทย ถ่ายทอดความเป็นแม่ผ่านนวนิยายเรื่องต่าง ๆ

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง หอสมุดแห่งชาติ จัดนิทรรศการ “แม่ในนวนิยายไทย” เทิดพระเกียรติ โดยนำเสนอวิวัฒนาการของนวนิยายไทย และถ่ายทอดความเป็นแม่ผ่านนวนิยายเรื่องต่าง ๆ ได้แก่
.
1. “90 พรรษา แม่ของแผ่นดิน” เสนอพระราชประวัติ ทรงเป็นพระธิดาในพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ และ ม.ล.บัว กิติยากร พระราชสมภพ วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2475 พระองค์ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนรัชกาลที่ 9 ทรงพระผนวช วันที่ 22 ตุลาคม-5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499
.
จึงโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระอภิไธยเป็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชโอรส พระราชธิดา 4 พระองค์ ทรงปฏิบัติและบำเพ็ญพระราชกรณียกิจทุกสถานเต็มบริบูรณ์ สมพระอิสรยศักดิ์ สมเด็จพระอัครมเหสี และพระราชมารดาผู้ประเสริฐอบรมสั่งสอนพระราชโอรสพระราชธิดาให้ทรงตระหนักรู้หน้าที่อันพึงทรงบำเพ็ญต่อบ้านเมือง
.
พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ ทรงเป็น “แม่ของแผ่นดินและประชาชน” มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้แก่ การพัฒนาแหล่งน้ำ 498 โครงการ การพัฒนาส่งเสริมอาชีพ 260 โครงการ การพัฒนาด้านสวัสดิการสังคม/การศึกษา 5 โครงการ การพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม 61 โครงการ การพัฒนาด้านการเกษตร 38 โครงการ การพัฒนาด้านคมนาคม/สื่อสาร 14 โครงการ และการพัฒนาด้านบูรณาการอื่น ๆ 71 โครงการ
.
2. “วิวัฒน์นวนิยายไทย” นำเสนอประวัติความเป็นมาของนวนิยายเล่มแรกของไทย และจัดแสดงหนังสือนวนิยายไทยที่จัดพิมพ์ในรัชสมัยต่าง ๆ
.
3. “บทบาทของความเป็นแม่ในนวนิยายไทย” นำเสนอนวนิยายเรื่องต่าง ๆ กว่า 50 เรื่อง พร้อมด้วย เนื้อเรื่องย่อ รวมทั้ง 
นวนิยายไทยที่ได้รับรางวัลต่าง ๆ กว่า 20 เรื่อง อาทิ กรงกรรม เรื่องราวที่ว่าด้วยกรรมของตัวละครต่าง ๆ ที่พานพบกัน นำมาสู่โศกนาฏกรรมและการสูญเสียผ่านผู้คนในตระกูลแบ้ เจ้าของกิจการร้านค้าและโรงสี ที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์
.
นั่นคือครอบครัว “นางย้อย” ซึ่งมีลูกชาย 4 คน ได้แก่ ปฐม ประสงค์ กมล และมงคล เป็นเรื่องราวความรักของเเม่ที่มีต่อลูก ๆ คอยบงการชีวิตลูก ๆ หวังให้ลูกมีชีวิตที่ดี แต่การปรากฏตัวของ “เรณู” ภรรยาลูกชายคนแรก คือจุดพลิกผันของเรื่องราวที่ทำให้พวกเขาต้องทะเลาะกัน คนที่อยู่ในบ้านแบ้เป็นเสมือนกรงแห่งกรรมที่ขังคนทั้งหมดเอาไว้ ตอนท้ายเรื่องจะได้เห็นว่า ไม่มีใครดีไปเสียหมด และไม่มีใครเลวไปเสียหมดอีกเช่นกัน

ด้วยสองมือแม่นี้ที่สร้างโลก เรื่องราวชีวิตต้องสู้ของ “แสงคำ” พ่อเป็นกรรมกรก่อสร้าง แม่เป็นแม่ค้าในตลาด มีน้องสาวหน้าตาสวยชื่อสร้อยคำ แสงคำเป็นหญิงแกร่งต่อสู้เพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้น เธอทำงานหนักส่งเสียน้องสาวให้ได้เรียนหนังสือ และได้แต่งงานกับพระเอกเพื่อยกฐานะตัวเอง
.
เธอช่วยสามีทำงานสร้างธุรกิจครอบครัว จนได้เป็นเจ้าของกิจการร้านเสริมสวย แต่แล้วโชคชะตาพลิกผันสามีเธอประสบอุบัติเหตุทำให้ขาพิการ แสงคำต้องดูแลทั้งธุรกิจและครอบครัว สมดังคำว่า “ด้วยสองมือแม่นี้ที่สร้างโลก
.
4. “จากนวนิยายสู่บทโทรทัศน์” นำเสนอบทละครโทรทัศน์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับบทบาทของแม่ที่สร้างจากนวนิยาย เช่น ทองเนื้อเก้า คู่กรรม สี่แผ่นดิน
.
5. “เกร็ดความรู้จากนวนิยาย” นำข้อมูลที่ปรากฏในนวนิยาย เช่น สถานที่ วัฒนธรรม ประเพณี มาอธิบายเพิ่มเติมให้ความรู้แก่ผู้เข้าชม เช่น สถานีรถไฟบางกอกน้อย จากนวนิยายเรื่อง “คู่กรรม”, ทุ่งวัวแล่น จากนวนิยาย “แผ่นดินของเรา” และตลาด ๑๐๐ ปีชุมแสง จากนวนิยาย “กรงกรรม”
.
สำหรับนวนิยายไทยเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ เนื่องด้วยได้รับอิทธิพลจากประเทศตะวันตก และกลุ่มบุคคลที่ไปศึกษาต่างประเทศ แล้วนํารูปแบบการเขียนนวนิยายต่างประเทศเข้ามาเผยแพร่ในสยาม
.
โดยระยะแรกมีลักษณะเป็นนวนิยายแปลและดัดแปลงจากนวนิยายต่างประเทศ เนื้อหาแนวอาชญากรรม สืบสวน ผจญภัยเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิต ความรัก และอิงประวัติศาสตร์ และเมื่อ พ.ศ. 2443 นวนิยายแปลเป็นภาษาไทยเรื่องแรก คือ ความพยาบาท แปลโดย แม่วัน (พระยาสุรินทราชา) จากนั้นนวนิยายได้แพร่หลายมากขึ้นถึงปัจจุบัน
.
นิทรรศการ “แม่ในนวนิยายไทย” จัดขึ้นถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2565 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-16.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-17.00 น. (หยุดวันนักขัตฤกษ์) ณ ห้องวชิรญาณ 2-3 อาคาร 2 ชั้น 1 สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรุงเทพฯ


ที่มา https://www.prachachat.net/d-life/news-1008828 
 

นายกฯ ให้กำลังใจและชื่นชม วงโยธวาทิต ร.ร.บุญวัฒนา จ.นครราชสีมา - ร.ร.ประชามงคล จ.กาญจนบุรี ที่จะร่วมแสดงในเทศกาลวงโยธวาทิตนานาชาติ กรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย

นายกฯ ชื่นชมให้กำลังใจนักเรียนวงโยธวาทิต ร.ร.บุญวัฒนา จ.นครราชสีมา-ร.ร.ประชามงคล จ.กาญจนบุรี เป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชน ร่วมการแสดงในเทศกาลวงโยธวาทิตนานาชาติ กรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซียขอพัฒนาต่อยอดให้ดียิ่งขึ้น ยืนยันรัฐบาลพร้อมสนับสนุน-ผลักดันสู่การแข่งขันระดับนานาชาติ
.
เมื่อวันที่ 9 ส.ค. เวลา 08.30 น.ที่ผ่านมา ณ บริเวณด้านหน้าตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายโกสินทร์ สืบประสิทธิวงศ์ นายกสมาคมวงโยธวาทิตแห่งประเทศไทย พร้อมคณะผู้บริหาร นำคณะอาจารย์ ผู้ฝึกสอน และนักเรียนวงโยธวาทิตโรงเรียนบุญวัฒนา จังหวัดนครราชสีมา ทีมได้รับรางวัลชนะเลิศประเภท Indoor Marching Arts รุ่น Winds Independent Class จากการแข่งขันประกวดวงโยธวาทิตโลก ชิงถ้วยพระราชทานฯ แห่งประเทศไทย ประจำปี 2564 (Thailand World Music Championships 2021) (TWMC) ซึ่งจะเป็นตัวแทนประเทศไทยเดินทางไปร่วมแสดงในงานวงโยธวาทิตระดับนานาชาติ 2022 ณ กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ตามคำเชิญของรัฐบาลรัสเซีย เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศต่าง ๆ และสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศรัสเซีย และวงโยธวาทิตโรงเรียนประชามงคล จังหวัดกาญจนบุรี ทีมได้รับรางวัลชนะเลิศประเภท Marching Field Show – Open Class ซึ่งจะเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมแสดงในงานวงโยธวาทิตระดับนานาชาติ ณ เมืองแทกู ประเทศเกาหลีใต้ เข้าพบ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมรายงานผลการประกวดฯ และรับโอวาทจากนายกรัฐมนตรี โดยมี พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมด้วย
.
นายกรัฐมนตรีได้ติดป้ายจารึกลงบนแท่นจารึกวงโยธวาทิตที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดฯ จากนั้น ชมการแสดงชุด Kanjanaburi civilization บรรยายความงดงามเมืองกาญจนบุรี ในทำนองเพลงเขมรไทรโยค จากวงโยธวาทิตโรงเรียนประชามงคล จังหวัดกาญจนบุรี และการแสดงดนตรีบรรเลงจากวงโยธวาทิตโรงเรียนบุญวัฒนา จังหวัดนครราชสีมา ในบทเพลงรักกันไว้เถิด
.
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีแสดงความชื่นชมความสามารถของเยาวชนไทย ซึ่งเป็นผลจากความขยัน ความมุ่งมั่น ตั้งใจและเพียรพยายามฝึกซ้อม รวมทั้งความร่วมมือร่วมใจและความสามัคคีในหมู่คณะ นับเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชนไทย สามารถใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ขอให้ตั้งใจฝึกฝนและพัฒนาต่อยอดให้ดียิ่งขึ้นและขอให้ตั้งใจเรียนซึ่งเป็นหน้าที่หลักของทุกคน โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนผลักดันและส่งเสริมกิจกรรมต่าง ๆ สู่การแข่งขันในระดับนานาชาติต่อไป พร้อมกล่าวขอบคุณคณะผู้ฝึกสอน ทีมงาน เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังทุกคนที่ให้การสนับสนุนและร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง เพื่อพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทยจนประสบความสำเร็จอย่างน่าชื่นชม และในนามคนไทยทั้งประเทศขอเป็นกำลังใจให้ตัวแทนเยาวชนไทยทุกคนสร้างชื่อเสียงและนำความภาคภูมิใจมาสู่ตนเอง ครอบครัว สถานศึกษา ตลอดจนคนไทยทั้งประเทศ และประสบความสำเร็จดังความตั้งใจและความมุ่งมั่นที่ปรารถนาไว้
.
สำหรับการประกวดวงโยธวาทิตโลกชิงถ้วยพระราชทานฯ แห่งประเทศไทย ประจำปี 2564 (Thailand World Music Championships 2021) (TWMC) จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28-29 พฤษภาคม 2565 ในรูปแบบออนไลน์ (Virtual Competition) เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้แสดงศักยภาพทางด้านโยธวาทิต มีเวทีการประกวดที่มีมาตรฐานระดับโลกจากองค์การวงโยธวาทิตโลก และได้รับการรับรองมาตรฐานจากสมาพันธ์วงโยธวาทิตแห่งเอเชีย ซึ่งมีการประกวดทั้งหมด 6 ประเภท ได้แก่ 1) ประเภท Marching Field Show 2) ประเภท Modern Concert Band 3) ประเภท Marching Music Battle 4) ประเภท Marching Street Parade 5) ประเภท Indoor Marching Arts และ 6) ประเภท Virtual Band Competition และมีทีมสมัครเข้าร่วมจำนวน 53 ทีม เป็นทีมจากประเทศไทย 45 ทีม อินโดนีเซีย 7 ทีม และศรีลังกา 1 ทีม


ที่มา https://mgronline.com/politics/detail/9650000075734 
 

“น้องทาม-วรรธนะ คำอินทร์” หนุ่มน้อยไร้แขนสู้ชีวิต ใช้เท้าวาดระบายสีบนถุงผ้า สู้เพื่อครอบครัว สู้เพื่อความฝันสู่การเป็นศิลปิน

“น้องทาม-วรรธนะ คำอินทร์” วัย 18 ปี เปิดใจกับทีมข่าวหลังกลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่กำลังถูกพูดถึงอย่างมากในโลกโซเชียล ฯ
.
สำหรับหนุ่มน้อยไร้แขนสู้ชีวิตตั้งแต่เกิดคนนี้ ใช้เท้าวาดระบายสีบนถุงผ้า นำผลงานลงขายในเฟซบุ๊ก “วรรธณะ คำอินทร์ น้องทาม” เพื่อหารายได้



หากเมื่อย้อนกลับไป หลายคนอาจจะคุ้นหน้า คุ้นตารู้จักน้อง จากการเป็นเด็กที่มุ่งมั่นปั่นจักรยานเพื่อแม่ แม้ไม่มีแขนทั้งสองข้าง กระทั่งได้รับพระราชทานรถจักรยานเมื่อปี 58
.
“ผมก็สู้เพื่อครอบครัว เอาผมเป็นตัวอย่างก็ได้ครับ ที่ผมสู้เพื่อแม่ เพราะไม่มีแม่ก็ไม่มีผมในวันนี้ ผมก็พยายามหาเลี้ยงแม่ อยากให้แม่สบาย ก็เลยทำงานหนัก เพื่อที่จะมีเงินให้แม่อยู่สุขสบาย”
.
ด้าน ‘ดอกรัก’แม่ของน้องทาม ผู้อยู่เบื้องหลัง บอกเล่าถึงจุดเริ่มต้น ลูกชายเริ่มชอบด้านศิลปะตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ด้วยความชอบของลูก จึงได้สนับสนุนเขาในด้านนี้อย่างเต็มที่ เพราะมองว่ามีคุณค่าทางจิตใจ
.
“เห็นความชอบศิลปะ ตั้งแต่ตอน 8 ขวบ ชั้น ป.2 เขาก็ไปแข่งศิลปะมา และได้ฝึกวาดรูปมากับครูประจำชั้น เขาบอกว่า เขาจะเอารางวัลมาให้แม่ ตอนนั้นมันเป็นความปลาบปลื้มใจของแม่ที่ว่าลูกเอารางวัลมาให้ เราก็น้ำตาแตกเลย
.
เราดีใจ ภูมิใจว่า ลูกเราพิการแบบนี้ เขาก็มีมานะที่ว่าจะเอารางวัลมาให้แม่ เขาก็มีฝัน เขาพร้อมที่จะเป็นศิลปิน เราก็ยินดีที่จะสนับสนุน
.
คุณครูประจำชั้นต้องการสี หรืออะไร เราก็พร้อมที่จะสนับสนุน พาไปฝึก และยินดีพร้อมที่จะไปทุกที่ ที่ครูเขาจะพาไป
.
แม่ยินดีสนับสนุน มันเป็นอาชีพหารายได้สำหรับน้องทาม ต่อไปไม่มีแม่น้องทามก็มีอาชีพ น้องก็ต้องตั้งใจและเรียนรู้ให้มากขึ้น ให้เขาเข้มแข็ง สู้ ในทางด้านงานศิลปะ
.
เราก็ภูมิใจที่ทุกคนเอ็นดูน้อง เราเป็นแม่ก็สอนน้องตลอดว่า ทุกคนเห็นหนูเขาทำแบบนี้ ทุกคนเขาเอ็นดู เขารักชอบหนู หนูก็ต้องตอบแทนน้ำใจคนที่เขารักและเอ็นดูเรา หนูต้องตั้งใจทำให้ดีที่สุด ในเมื่อโอกาสของเรามีมาแล้ว ก็ต้องรีบทำ รีบคว้า รับโอกาสนี้ไว้ อย่าปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไป”
.
แม้จะไม่เคยคาดคิดว่าการขีดๆ เขียนๆ ในวันนั้นจะพามาอยู่ในจุดนี้ได้ ซึ่งทามบอกว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะครอบครัวที่ไม่เคยตีกรอบการเรียนรู้ด้านศิลปะเลย แถมยังสนับสนุนในสิ่งที่ชอบอย่างเต็มที่
.
“มันก็มีมุมท้อ แต่ก็คิดกับตัวเองว่า ถ้ามานั่งท้อ มานั่งเหนื่อย มัวแต่คิดแบบนี้ ไม่ทำอะไรเลย ก็ไม่มีกินไม่ได้อะไร พยายามคิดสู้เข้าไว้ พยายามเอาตัวเองออกมาจากการท้อ การเหนื่อย และพยายามลุกขื้นสู้ใหม่อีกรอบ”
.
จากที่เรียนเพราะความชอบ ก็กลายเป็นเรียนเพื่อต่อยอดเลี้ยงครอบครัว และกลายเป็นงาน “ศิลปะ” มอบทั้งโอกาส กำลังใจ และแรงผลักดันให้เขาตลอดมา จนทำให้เขามีความฝันต่อด้านศิลปะอย่างจริงจัง พร้อมมอบกำลังใจ และพลังบวกให้กับคนที่มีความฝัน และหมดกำลังใจให้สู้ต่อ
.
“ทุกคนต้องสู้ ถ้าท้อ ถ้าเหนื่อย ก็จะไม่มีกำลังใจ พยายามสู้เพื่อเอาชีวิตรอด อย่าไปท้อ อย่าไปรู้สึกเหนื่อย พยายามสู้นะครับ ผมเป็นกำลังใจให้อีกหนึ่งแรง”
.
ขณะเดียวกัน ด้านแม่ดอกรักยังคงมีความกังวลถึงอนาคตของน้องทาม หลังแยกทางกับสามี ต้องกลายเป็นเสาหลักของครอบครัว และด้วยสถานการณ์โควิด-19
.
ทว่า ทันทีที่เรื่องราวของน้องทาม ถูกเผยแพร่ออกไป ก็นำมาซึ่งความสนใจของผู้คน จนมีคนติดต่อเข้ามาขอข้อมูล และสอบถามราคาของกระเป๋าผ้าจำนวนมาก
.
“ผลตอบรับก็เยอะอยู่ค่ะ แต่มาหลังๆ เราก็ทำมาเรื่อยๆ เราพาน้องไปฝึกฝนเรื่อยๆ ผลงานน้องก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ มันก็เลยมีคน feedback และติดตามเยอะ”
.
โดยในช่วงนี้มีผู้ที่สนใจสั่งให้วาดภาพการ์ตูนลงถุงผ้ามากันอย่างต่อเนื่อง โดยคิดในราคาเริ่มต้นถุงเล็ก ราคา 59 บาท
.
สำหรับผู้ที่สนใจผลงานการวาดภาพด้วยเท้าของน้องทาม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจ “วรรธณะ คำอินทร์ น้องทาม” https://www.facebook.com/Time9999999?_rdc=1&_rdr 



ที่มา https://mgronline.com/live/detail/9650000072107 
 

เยาวชนเชื้อสายไทยคืนถิ่นเข้าพบนายกฯ พร้อมโชว์ความสามารถ สาธิตศิลปวัฒนธรรม และบอกเล่าความประทับใจ ในการเข้าร่วมโครงการ ฯ

เยาวชนเชื้อสายไทยคืนถิ่นเข้าพบนายกฯ-ครม. พร้อมโชว์ความสามารถสาธิตศิลปวัฒนธรรม-บอกเล่าความประทับใจในการเข้าร่วมโครงการเยาวชนเชื้อสายไทยคืนถิ่น ประจำปี 2565 วธ.เผยชวนน้องๆ กลับมาเยือนแผ่นดินเกิด เรียนรู้ความเป็นไทย ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม เป็นเครือข่ายเผยแพร่วัฒนธรรมไทยในต่างประเทศ
.
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2565 เวลา 08.30 น. ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ร่วมชมกิจกรรมเผยแพร่ส่งเสริมภาพลักษณ์ ความเป็นไทย ในโครงการเยาวชนเชื้อสายไทยคืนถิ่น ประจำปี 2565 ของกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยมีนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ โดยนายกรัฐมนตรีได้พบปะพูดคุยกับเยาวชน จากนั้นได้รับชมการสาธิตการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม รับฟังความภาคภูมิใจที่มีเชื้อสายไทยและความประทับใจต่อโครงการฯ จากตัวแทนเยาวชน ด้วย
.
นายอิทธิพล คุณปลื้ม กล่าวว่า โครงการเยาวชนเชื้อสายไทยคืนถิ่น ประจำปี 2565 เกิดขึ้นจากการที่ วธ.มีนโยบายพัฒนาความสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรมกับต่างประเทศ ส่งเสริมบทบาททางวัฒนธรรมของไทยในเวทีโลก ตามแนวทางการทูตวัฒนธรรม (Cultural Diplomacy) โดยการแลกเปลี่ยน เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านศิลปวัฒนธรรม และเชื่อมโยงเครือข่ายทางวัฒนธรรมทั่วโลก วธ.จึงได้ดำเนินโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งกับเครือข่ายวัฒนธรรมไทยในต่างประเทศ ในการจัดกิจกรรมเยาวชนเชื้อสายไทยคืนถิ่นร่วมกับเครือข่ายวัฒนธรรมไทย ซึ่งได้จัดมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 จนถึงปัจจุบัน เพื่อให้เยาวชนไทยในต่างประเทศได้มีโอกาสกลับมาเยือนแผ่นดินของบรรพบุรุษ ตระหนักถึงความเป็นไทย เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีของไทยจากประสบการณ์ตรง สามารถเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยให้กับเครือข่าย และขยายความร่วมมือด้านเครือข่ายในการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยในต่างประเทศ เกิดภาพลักษณ์ความเป็นไทย ที่ดีในหมู่ชาวต่างประเทศ ผ่านน้อง ๆ เยาวชนไทยที่เกิดหรือเติบโตและมีถิ่นพำนักในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนทูตวัฒนธรรมของประเทศไทย นำไปสู่การสื่อสารความรู้ความเข้าใจเรื่องศิลปวัฒนธรรมไทยในระดับนานาชาติ
.
รมว. วธ. กล่าวด้วยว่า สำหรับโครงการเยาวชนเชื้อสายไทยคืนถิ่น ประจำปี 2565 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 - 11 สิงหาคม 2565 ผู้เข้าร่วมโครงการประกอบด้วย เยาวชนไทย รวม 40 คน จากถิ่นพำนัก 15 ประเทศ ทั่วโลก ได้แก่ กัมพูชา ญี่ปุ่น เบลเยียม ฝรั่งเศส มาเลเซีย เยอรมนี ศรีลังกา สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สเปน สิงคโปร์ ออสเตรเลีย อิตาลี และอินโดนีเซีย รูปแบบในการดำเนินโครงการ ประกอบด้วย กิจกรรมการบรรยาย การศึกษาดูงาน การฝึกปฏิบัติการด้านศิลปวัฒนธรรมไทย อาทิ นาฏศิลป์ ดนตรีไทย โขน รำวง รำกลองยาว กระบี่กระบอง รวมถึงมารยาทไทย เรียนรู้วิถีชีวิตภูมิปัญญาของชุมชน อาทิ ทุ่งนา ป่าตาล การเคี่ยวตาล วัวเทียมเกวียน ช่างไม้เรือนไทย เกษตรทฤษฎีใหม่ ฯลฯ ทัศนศึกษาสถานที่สำคัญ อาทิ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง) ชุมชนคุณธรรมฯ บ้านดงห้วยหลวง ชุมชนคุณธรรมฯ ยลวิถี ย่านเมืองเก่า อาทิ วัดใหญ่สุวรรณารามวรวิหาร วัดมหาธาตุวรวิหาร เสาชิงช้าเมืองเพชร วัดเพชรพลี วัดกำแพงแลง พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่ วัดพลับพลาชัย ฯลฯ กิจกรรมนันทนาการ และการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในลักษณะกิจกรรมกลุ่ม การจัดกิจกรรมทั้งหมดจะสร้างโอกาสในการมีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในรูปแบบผสมผสานระหว่างการบรรยายองค์ความรู้กับการฝึกปฏิบัติการด้านศิลปวัฒนธรรมไทยจากวิทยากรและเครือข่ายของกระทรวงวัฒนธรรม รวมทั้งกิจกรรมการเรียนรู้ในพื้นที่จริง ณ แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมวิถีไทยในจังหวัดเพชรบุรี โดยเยาวชนจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตและภูมิปัญญาของชุมชน โดยคณะวิทยากรผู้เชี่ยวชาญและมากประสบการณ์ในแต่ละแขนง รวมถึงปราชญ์ชาวบ้านของชุมชนด้วย


ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3345762 
 

“บิว” ภูริพล บุญสอน วิ่ง 100 เมตรชายสถิติโลก ของนักวิ่งที่อายุไม่เกิน 18 ปี

สมาคมกรีฑานานาชาติ World Athletics หรือ International Association of Athletics Federations (IAAF) ได้ประกาศสถิติการวิ่งของ “บิว” ภูริพล บุญสอน ดาวโรจน์วัย 16 ปี ของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ว่า เป็นนักกีฬาที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก ด้วยอายุต่ำกว่า 18 ปี หลังจากสร้างผลงานกระหึ่มในการแข่งขันกรีฑาเยาวชนชิงแชมป์โลก ที่เมืองคาลี ประเทศโคลอมเบีย เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
.
สถิติดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อ “บิว-ภูริพล” ลงแข่งขัน 100 เมตรชาย รอบรองชนะเลิศ ก่อนจะทำเวลาได้ 10.09 วินาที ส่งผลให้เป็นสถิติโลกใหม่ เมื่อเป็นนักวิ่งเร็วสุดที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ด้วยวัยเพียง 16 ปี 210 วันเท่านั้น เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2022 ที่ผ่านมา
.
ผลงานการวิ่งในครั้งนี้ทำให้ บิว กลายเป็นเจ้าของสถิติคนใหม่ทันที แซงหน้า แอนโธนี่ย์ ชวาร์ซ นักวิ่งชาวสหรัฐอเมริกา เจ้าของสถิติเดิม ที่ทำเอาไว้ที่ เกเนสวิลล์ ฟลอริด้า สหรัฐ เมื่อ 31 มีนาคม 2017 ด้วยเวลา 10.15 วินาที
.
ก่อนหน้านี้ นักกีฬาไทยที่ทำผลงานเป็นสถิติที่ดีที่สุดในโลก ก็คือ จิระพงศ์ มีนาพระ ทำไว้เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ปี 2009 ด้วยสถิติ 10.45 วินาที อยู่อันดับที่ 231 ของโลก และ วีระวัฒน์ พาเรือง ด้วยสถิติ 10.47 วินาที เมื่อ 23 มีนาคม 2008


ที่มา https://mgronline.com/sport/detail/9650000075722 
 

“ข้าวซอย” อาหารไทยสุดเจ๋ง คว้าอันดับหนึ่งซุปที่ดีที่สุด จากนักรีวิวทั่วโลกผ่าน TatseAtlas

เว็บไซต์ TasteAtlas จัดอันดับ 50 Best Soups ซุปที่ดีที่สุดจากนักรีวิวทั่วโลก ผลการจัดอันดับพบว่า เมนู "ข้าวซอย" ของประเทศไทยคว้าอันดับ 1 พร้อมเมนูต้มยำกุ้งและต้มข่าไก่ ที่ติดอันดับที่ 13 และ 14 ด้วย
.
โดยผลการสำรวจดัวกล่าวถูกเผยแพร่โดย TasteAtlas เว็บไซต์รวบรวมสูตรอาหารและรีวิวจากนักวิจารณ์อาหารโดยนำเสนอแผนที่อาหารทั่วโลกแบบอินเทอร์แอคทีฟ ซึ่งในหัวข้อ "50 Best Soups" 50 อันดับซุปที่ดีที่สุดจากนักรีวิว ผลปรากฏว่า ไทยคว้าอันดับ 1 มาครอง ด้วยเมนู “ข้าวซอย" เมนูขึ้นชื่อของทางเหนือ
.
5 อันดับแรก Best Soups ซุปที่ดีที่สุดจากนักรีวิวทั่วโลก ได้แก่ 
อันดับ 1 ข้าวซอย จากประเทศไทย
อันดับ 2  Salmon Soup จากฟินแลนด์
อันดับ 3  Cullen Skink จากสก็อตแลนด์ 
อันดับ 4  Tonkotsu ramen จากญี่ปุ่น
อันดับ 5  Zurek จาก โปแลนด์
.
นอกจากนี้เมนูยอดฮิตที่ครองใจชาวต่างชาติอย่าง "ต้มยำกุ้ง" และ "ต้มข่าไก่" ของไทย ก็ได้ติดอันดับ ที่ 12 และอันดับที่ 13  อีกด้วย


สำหรับใครที่อยากชิมเมนูข้าวซอย ทาง TasteAtlas ได้แนะนำร้าน "ข้าวซอยคุณยาย" อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ให้มาลิ้มลองกัน โดยข้าวซอยของที่นี่เป็นสูตรต้นตำรับของทางร้าน หอมเข้มข้นเครื่องแกง ใช้กะทิสดใหม่ ปรุงมาแบบรสกลมกล่อมกำลังดี
.
ตัวเส้นเป็นบะหมี่เหลืองเส้นแบน โรยหน้าด้วยบะหมี่เหลืองเส้นเล็กทอดกรอบ เสิร์ฟมาคู่กับหอมแดงซอยและผักดองรสเปรี้ยวที่กินแล้วเข้ากันมากๆ ใครอยากเพิ่มรสจัดจ้านก็มีพริกผัดน้ำมันให้เติม บีบมะนาวลงไปอีกหน่อยก็ยิ่งอร่อย
.
นอกจากเมนูข้าวซอย ที่ร้านก็ยังมีขนมจีนน้ำเงี้ยวและก๋วยเตี๋ยวหมูให้ชิมกันด้วย ใครจะมาชิมข้าวซอยที่ร้านนี้ แนะนำว่าให้มาตั้งแต่ร้านเปิด เพราะเป็นร้านเล็กๆ มีที่นั่งไม่มาก และช่วงเที่ยงจะมีคนเยอะ
.
ร้าน “ข้าวซอยคุณยาย” ตั้งอยู่ปากซอยซอยศรีภูมิ 8 ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ร้านอยู่ด้านข้างวัดควรค่าม้า ในตัวเมืองเชียงใหม่ (เยื้องกับวัดโลกโมฬี) ร้านเปิดวันจันทร์-เสาร์ (หยุดวันอาทิตย์) เวลา 10.00-14.00 น.
.
อย่างไรก็ตาม "ข้าวซอย” อาหารท้องถิ่นภาคเหนือ ที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายเส้นบะหมี่เส้นแบนในน้ำแกงกะหรี่ โดดเด่นด้วยรสชาติของแกงกะทิเข้มข้น จัดจ้านหอมเครื่องเทศและสมุนไพรไทย ทานคู่กับพริกแห้งคั่วน้ำมัน และโรยด้วยเส้นทอดกรอบ
.
บ้างก็เชื่อว่าได้รับอิทธิพลมากจากอาหารของชาวจีนฮ่อ บ้างก็ว่าได้รับอิทธิพลจากอาหารพม่าเป็นเมนูที่ผสมผสานวัฒนธรรมเชิงอาหาร จนกลายเป็นอาหารตำรับชาวล้านนา
.
โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นจังหวัดที่เป็นต้นตำรับข้าวซอยเมืองเหนือ มีร้านข้าวซอยดั้งเดิมมากมายที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว อาทิ ข้าวซอยลำดวนฟ้าฮ่าม ข้าวซอยแม่มณี ข้าวซอยลุงประกิต กาดก้อม ข้าวซอยอิสลาม ข้าวซอยสุทธาสินี เป็นต้น


ที่มา https://www.thansettakij.com/business/tourism/535498 
 

“นักเรียนไทย” ได้รับเลือกเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ แคมเปญระดับโลกการศึกษานิวซีแลนด์

การศึกษานิวซีแลนด์เลือกนักเรียนไทย “น้องเชน-อทิศ สุขสิงห์” เป็น 1 ใน 8 แบรนด์แอมบาสเดอร์นักเรียนต่างชาติ ร่วมแคมเปญใหม่ระดับโลก “I AM NEW 2022”  ที่ดึงตัวแทนนักเรียนต่างชาติจาก 8 ประเทศ บอกเล่าเรื่องราวการศึกษาในนิวซีแลนด์ผ่านมุมมองของตัวเอง มุ่งให้นักเรียนต่างชาติมีประสบการณ์ตรงและบรรลุเป้าหมายของตัวเอง ควบคู่ไปกับการค้นหาและการเตรียมความพร้อมในการประกอบอาชีพ ความยั่งยืน และนวัตกรรม  เพื่อต้อนรับการเปิดประเทศครั้งแรกในรอบ 2 ปีหลังโควิด 19



“น้องเชน-อทิศ สุขสิงห์” นักเรียนไทย ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 8 แบรนด์แอมบาสเดอร์ (Brand Ambassador) ตัวแทนนักเรียนต่างชาติที่ได้รับเลือกเข้าร่วมแคมเปญระดับโลกของการศึกษานิวซีแลนด์ครั้งนี้ ร่วมกับตัวแทนนักเรียนต่างชาติอีก 7 ประเทศ ได้แก่ จีน, โคลอมเบีย, เยอรมนี, อินเดีย, ญี่ปุ่น, สหรัฐฯ, เวียดนาม มาร่วมแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์การศึกษาต่อในประเทศนิวซีแลนด์ รวมทั้งเล่าประโยชน์ที่พวกเขาได้รับจากการผสมผสานวัฒนธรรมบ้านเกิดกับวัฒนธรรมท้องถิ่นของนิวซีแลนด์ โดยแคมเปญใหม่ของการศึกษานิวซีแลนด์นี้ได้เปิดตัวครั้งแรกในงานมหกรรมและการประชุมด้านการศึกษาระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก “NAFSA” ณ เมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโดของสหรัฐฯ
.
“น้องเชน-อทิศ สุขสิงห์”เล่าว่า กำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี คณะพานิชยศาสตร์ สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ ที่มหาวิทยาลัยโอตาโก ประเทศนิวซีแลนด์ เส้นทางการศึกษาที่นิวซีแลนด์ของเขาเริ่มต้นที่โรงเรียนสอนภาษาในเมืองเทาโปเมื่อปี 2558 และจากการได้เรียนภาษาอังกฤษในระบบการศึกษานิวซีแลนด์ทำให้เขาได้สัมผัสการเรียนการสอนที่เน้นความต้องการ หรือเป้าหมายของผู้เรียนเป็นหลัก ทำให้ตัดสินใจเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่นิวซีแลนด์จนจบม. 6 และเมื่อขึ้นมหาวิทยาลัย เขาก็ได้เลือกเรียนตามความชอบของตัวเอง สาขาวิชาที่เขาเลือกเรียนคือ “การบริหารจัดการโรงแรม” ที่ควีนส์ทาวน์ รีสอร์ต คอลเลจ เป็นเวลา 2 ปี และในปี 2564 จึงมาศึกษาต่อในคณะพาณิชยศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยโอตาโกจนถึงปัจจุบันนี้



“น้องเชน” เผยว่า เป็นคนชอบด้านธุรกิจ เพราะได้เรียนรู้งานกับคนในครอบครัวที่ประกอบธุรกิจมาตั้งแต่เด็ก และนั่นทำให้เขามีเป้าหมายในชีวิตที่ต้องการจะช่วยเหลือผู้อื่นให้ได้มากที่สุด ซึ่งลำดับแรกก็คือ “ครอบครัวของเขา” และด้วยระบบการศึกษานิวซีแลนด์ที่มีตัวเลือกมากมายให้กับนักเรียนต่างชาติได้เลือกเรียนตามชอบ โดยมีผู้เชี่ยวชาญสาขาวิชานั้น ๆ มาเป็นครูผู้สอน ก็ทำให้เขาได้มีโอกาสเลือกเรียนสิ่งที่ชอบและจำเป็นจริงๆ ในการบรรลุเป้าหมายในชีวิตของตัวเองได้ โดยไม่ต้องไปเสียเวลากับวิชาที่ไม่มีความจำเป็นกับสายอาชีพของเขาในอนาคต
.
ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ “น้องเชน” ได้เรียนอยู่ที่นิวซีแลนด์ทำให้เขาได้ซึมซับวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่ใส่ใจคนรอบตัวและสังคม ทำให้เขามุ่งมั่นที่จะทำตามฝันของตัวเองที่สักวันจะมีธุรกิจของตัวเองให้สำเร็จไม่เพียงแต่มีเม็ดเงินกำไรอย่างเดียว แต่ยังต้องสร้างสิ่งดี ๆ ให้กับคนรอบตัว สังคม และสิ่งแวดล้อมเช่นกัน และด้วยความคิด ประสบการณ์ชีวิต และประสบการณ์การเรียนรู้ในนิวซีแลนด์ของ “น้องเชน” ที่สั่งสมมานาน ทำให้เขาสามารถนำความรู้และวัฒนธรรมของนิวซีแลนด์ไปปรับใช้กับสิ่งรอบตัวและเพื่อบรรลุเป้าหมายชีวิตของตัวเองในอนาคต ซึ่ง Education New Zealand (ENZ)  เล็งเห็นว่า เขาคือนักเรียนต่างชาติชาวไทยที่มีศักยภาพและผลของความสำเร็จด้านการศึกษานิวซีแลนด์ จึงทำให้เขาได้รับเลือกเป็นตัวแทน 1 ใน 8 นักเรียนต่างชาติที่มาร่วมบอกเล่าการศึกษานิวซีแลนด์ว่าเหมาะกับนักเรียนต่างชาติมากที่สุดอย่างไร
.
ทั้งนี้ แคมเปญดังกล่าว ยังได้ “คีรี นาธาน” นักออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นระดับโลกชาวเมารีร่วมออกแบบการศึกษารูปแบบใหม่ที่รวมเอาคุณค่าทางวัฒนธรรมท้องถิ่นมาทำให้การศึกษาของนิวซีแลนด์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น และเป็นมากกว่าการศึกษาทั่วไป อันประกอบด้วยหลักการสำคัญ 3 อย่าง ได้แก่ การใส่ใจคนอื่น, การใส่ใจสถานที่ และจิตวิญญาณแห่งคนหนุ่มสาวที่มุ่งมั่นหาทางพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น โดยมุ่งให้นักเรียนต่างชาติมีประสบการณ์ตรงและบรรลุเป้าหมายของตัวเอง ควบคู่ไปกับการค้นหาและการเตรียมความพร้อมในการประกอบอาชีพ ความยั่งยืน และนวัตกรรม



นายกรานท์ แมคเฟอร์สัน (Mr. Grant McPherson) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Education New Zealand (ENZ) กล่าวว่า “สิ่งที่เรามอบให้กับนักเรียนจากทั่วโลกคือโอกาสและประสบการณ์ใหม่ๆ ความหลากหลาย และอีกมากมาย นี่ถือว่าเป็นมุมมองใหม่ในการนิยามความสำเร็จด้านการศึกษา ที่เป็นมากกว่าการเรียนรู้เพียงเพื่อผ่านไป แต่กลับกันเราทำให้นักเรียนเข้าใจคุณค่าของการเรียนรู้และเกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต”
.
ทั้งนี้ ระบบการศึกษาของนิวซีแลนด์ มุ่งเน้นสอนนักเรียนให้เป็นนักคิดเชิงวิพากษ์ นักแก้ปัญหา และผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จในอาชีพการงานในอนาคต นิวซีแลนด์ได้รับการยอมรับด้านระบบการศึกษาที่เหมาะแก่การเรียนรู้สู่อนาคต (future-focused education) โดยได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1  ในการเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่อนาคต จากประเทศที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก จากการจัดอันดับของ Worldwide Educating for the Future Index 2019 โดย The Economist Intelligence Unit 
.
หาข้อมูลเพิ่มเติมหรือสอบถามรายละเอียดเกี่ยวการศึกษานิวซีแลนด์ได้ที่ www.studywithnewzealand.govt.com หรือ Line@nzenglish


ที่มา  https://siamrath.co.th/n/371254 
 

"Sky Walk" ริมฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ แลนด์มาร์กแห่งใหม่เมืองกาญจน์

เมื่อวันที่ 21 ก.ค.65 ที่ จ.กาญจนบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้เดินทางไปทดสอบจุดชมวิวแม่น้ำสองสี จากบน Sky Walk ริมฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ ท่าน้ำหน้าเมืองกาญจนบุรี แลนด์มาร์กแห่งใหม่ และพื้นที่สาธารณะของชาวเมืองกาญจน์
.
โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์ จังหวัดกาญจนบุรี ได้รายงานความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสกายวอล์กว่า สกายวอล์กที่ท่าเทียบแพขุนแผน ถนนริมน้ำหน้าเมือง เทศบาลเมืองกาญจนบุรี มีกำหนดจะเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าไปใช้บริการเร็วๆ นี้
.
นายจีระเกียรติ เปิดเผยว่า สกายวอล์กที่ท่าเทียบแพขุนแผน ถนนริมน้ำหน้าเมืองกาญจนบุรี ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแลนด์มาร์กการท่องเที่ยวแห่งใหม่ ในตัวเมืองกาญจนบุรี ซึ่งจุดดังกล่าวจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวจุดเช็คอินให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปชมทัศนียภาพแม่น้ำสองสี คือ แม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแควใหญ่ ไหลมาบรรจบกันที่บ้านลิ้นช้าง ต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี เป็นแม่น้ำแม่กลอง
.
นอกจากนั้น ยังมีโครงการปรับภูมิทัศน์พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ เลียบถนนริมน้ำหน้าเมืองกาญจนบุรี ตลอดแนวท่าเทียบ แพขุนแผน ปรับปรุงพื้นที่รองรับปรับเป็น Walking Street แหล่งค้าขายสร้างรายได้ ให้การท่องเที่ยวกลับมาคึกคักอีกครั้ง  และยังเป็นสถานที่พักผ่อน เป็นพื้นที่สาธารณะที่มีความปลอดภัยให้คนเมืองกาญจน์ได้มาใช้ประโยชน์ร่วมกัน ในกรอบ ความคิดเสริมความเข้มแข็งของภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่กาญจนบุรี โดยเร่งฟื้นการท่องเที่ยว สร้างรายได้ เสริมความเข้มแข็ง ขยายโอกาส เพื่อชาวกาญจน์อย่างยั่งยืน


ที่มา https://www.thairath.co.th/news/society/2451370 
 


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STUDY TIMES
Take Me Top