Tuesday, 5 July 2022
NewsFeed

THAMMASAT METAVERSE CAMPUS “วิทยาเขต” แห่งใหม่ในโลกเสมือน

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ บริษัท แบรนด์เวิร์ส จำกัด เปิดตัว T-Verse: Thailand Multiverse Bridge Platform แห่งแรกของไทย
.
รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ สถาบันการศึกษา รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ กว่า 52 องค์กรในครั้งนี้ นับเป็นปรากฏการณ์ใหญ่ครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่ของโลกอย่าง “เมตาเวิร์ส” มาพัฒนา เพื่อสร้างแพลทฟอร์มของการเชื่อมต่อ การทำธุรกิจ การศึกษา ตลอดจนกิจกรรมต่าง ๆ บนจักรวาลของ T-Verse ซึ่งจะสนับสนุนให้ประเทศมีการพัฒนาก้าวล้ำหน้า พร้อม ๆ ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน 
.
“Thammasat Metaverse Campus” ที่จะให้บริการทางการศึกษาแก่ผู้คนทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกบนแพลทฟอร์ม T-Verse ซึ่งจะทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ งานวิจัย รวมทั้งนวัตกรรมต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว จึงหวังเป็นอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายจะเข้ามาร่วมกันสร้างแพลทฟอร์มแห่งนี้ เพื่อที่จะใช้ประโยชน์ร่วมกัน ในการพัฒนาศักยภาพของทุกคน โดยตอบโจทย์ 4 ด้านคือ 

1. Immersive Learning Classrooms ที่จะยกระดับประสบการณ์การเรียนการสอนรูปแบบใหม่
เราได้เห็นข้อจำกัดจากการขาดปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในการเรียนออนไลน์ หรือแม้แต่การเรียนออนไซต์แบบเดิมก็มีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ในวิชาการแพทย์ จำนวนอาจารย์ใหญ่ที่มีคุณูปการอย่างยิ่งต่อการศึกษาก็ลดลงอย่างน่าใจหาย เป็นอุปสรรคต่อการเรียนการสอนแต่เมตาเวิร์สจะนำนักศึกษาเข้าเรียนในโลกเสมือนจริง สามารถฝึกฝนกับร่างจำลอง ได้เรียนรู้ทักษะมากกว่าการอ่านจากหนังสือ หรือการเรียนในด้านสังคม มนุษยศาสตร์ เราก็สามารถเข้าไปทดลองทำ Social Experiment  ได้โดยไม่กระทบกับผู้คนอื่น
.
2. VR Museum of History, Culture and Democracy นอกจากการเรียนวิชาการแล้ว มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังมุ่งเน้นการเรียนการสอนนอกห้องเรียน โดยจะเปิดพื้นที่การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประชาธิปไตยที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีมาอย่างยาวนาน ให้ทุกคนสามารถย้อนเวลาผ่านยุคสมัยเพื่อเข้าใจประวัติศาสตร์ได้มากกว่าการท่องจำ และเข้าใจบริบทต่าง ๆ จากประสบการณ์ที่ได้รับบนเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง หรือ Virtual Reality (VR) Technology
.
3. Next Generation Omnichannel Marketplace จากการทำงานของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ได้ร่วมสนับสนุนและมีโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนต่าง ๆ มาเป็นเวลาหลายปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะนำพาธุรกิจเหล่านี้สู่ขั้นถัดไป ด้วยการเพิ่มช่องทางการขายบนโลกเสมือนจริงแบบไร้รอยต่อ โดยผลิตภัณฑ์ชุมชน เช่น ผ้าซิ่น อาจนำมาขายได้ในรูปแบบสินทรัพย์ดิจิทัล (NFT) เพื่อเป็นชุดมาสวมใส่อวตารของผู้ใช้งาน ขณะที่ตัวผลิตภัณฑ์จริงก็จะถูกส่งไปที่บ้านของผู้ซื้อสินค้าได้ เป็นต้น
.
4. 88 Sandbox Spaces เป็นการต่อยอด 88 Sandbox ที่เป็นโครงการบ่มเพาะธุรกิจสตาร์ทอัพให้เป็น Next Unicorn ของประเทศ โดยภายใน Thammasat Metaverse Campus ผู้เข้าร่วมจะสามารถเข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับบรรดาที่ปรึกษา (Mentor) นักลงทุน (Venture Capitalist) และระหว่างสตาร์ทอัพกันเอง โดยจะมีพื้นที่สำหรับการขายงาน (Pitching) การประชุม ตลอดจนการจัดกิจกรรมอื่น ๆ ร่วมกันระหว่างสตาร์ทอัพ และ Mentor



สำหรับแพลทฟอร์ม T-Verse จะเป็นระบบเมตาเวิร์สพื้นฐานของประเทศไทยแห่งแรก ที่เปิดให้ทุกคนเข้ามาใช้งานและออกแบบเมตาเวิร์สที่ต้องการให้เป็น ขณะเดียวกันผู้ใช้งานยังสามารถข้ามไปมาระหว่างเมตาเวิร์สแต่ละแห่งได้ โดยใน T-Verse จะประกอบด้วยวงแวนจำนวน 13 วง พร้อมกับดาวทั้งหมด 985 ดวง และข้อดีคือข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บอยู่ภายใต้เมตาเวิร์สของตนเอง ส่วนผู้คนที่เข้ามาใช้ชีวิตในโลก T-Verse จะสามารถเข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ช็อปปิ้ง เรียน หรือแม้แต่เข้ามาทำงานก็ได้เช่นเดียวกัน


ที่มา:https://tu.ac.th/thammasat-020365-thammasat-metaverse-campus-tverse

ประกาศเกียรติคุณ วิศวจุฬากิตติคุณอาวุโสดีเด่น ครั้งที่ 8 และวิศวจุฬาดีเด่น ครั้งที่ 17 ประจำปี 2564

เมื่อวันพุธที่  16 มีนาคม 2565  ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อค สมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานประกาศเกียรติคุณ วิศวจุฬากิตติคุณอาวุโสดีเด่น ครั้งที่ 8 และวิศวจุฬาดีเด่น ครั้งที่ 17 ประจำปี 2564 เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรตินิสิตเก่าคณะวิศวฯ จุฬาฯ ที่มีคุณงามความดี มีจริยธรรมอันดีงาม มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว สังคม ประสบความสำเร็จ และโดดเด่นด้านการงานเป็นที่ประจักษ์ สร้างคุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ โดยไม่จำกัดเพศ อายุ และสาขาอาชีพ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นราชการ รัฐวิสาหกิจ ธุรกิจเอกชน หรือองค์กรอิสระ 


ซึ่งในครั้งนี้มีผู้ที่ได้รับ รางวัลวิศวจุฬากิตติคุณอาวุโส จำนวน 8 ท่าน และรางวัลวิศวจุฬาดีเด่น จำนวน 10 ท่าน อาทิ ศาสตราจารย์ ดร.ปกรณ์ อดุลพันธุ์ ราชบัณฑิตและอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นายสุวัฒน์ เชาว์ปรีชา ประธานกรรมการ บริษัท ฤทธา จำกัด  นายวิวัฒน์ ทยานุวัฒน์ ประธานบริหาร บริษัทในเครือบุญถาวร นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง และ นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ จำกัด(มหาชน) เป็นต้น


นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้รับรางวัลวิศวจุฬาดีเด่น ปี 2564 กล่าวว่า รางวัลวิศวจุฬาดีเด่น เป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ ถือเป็นเกียรติแก่ตนเองและครอบครัวอย่างยิ่ง  โดยตนเองพร้อมจะสร้างสรรค์ผลงาน ประพฤติตนเป็นวิศวกรที่ดี และสร้างแรงบันดาลใจ และให้คำแนะนำแก่วิศวกรรุ่นต่อไป เพื่อให้มีวิศวกรดีเด่นที่ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติเพิ่มมากขึ้น



 


 

คำสอนของ “สมเด็จพระวันรัต” วัดบวรนิเวศ ฯ มาเฟียแห่งความชั่ว 3 ราย

ด้วยความอาลัย ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) อดีตเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และอดีตผู้ปฏิบัติหน้าที่เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต ที่ได้มรณภาพลงเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา ทางทีมงานงาน THE STUDY TIMES จึงขอนำเอาคำสอนของท่านที่ได้เผยแพร่ทาง เพจ “วัดบวรนิเวศวิหาร” ซึ่งได้โพสต์ข้อความคำสอน "สมเด็จพระวันรัต" (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการดำรงตนอยู่ในสังคมปัจจุบัน โดยมีใจความว่า
.
วันหนึ่งระหว่างฉันภัตตาหารร่วมกันกับพระบวชใหม่ สมเด็จฯ ท่านก็ถามขึ้นมาว่า “เราคบคนชั่วกันอยู่บ้างรึเปล่า ?” คำถามนี้เล่นเอาพระบวชใหม่ทั้งหลายสะดุ้งไปต่อกันไม่ถูกเลยที่เดียว และต่างพากันนึกถึงคนรอบตัวว่ามีใครเข้าข่ายคนชั่วบ้างหรือไม่กันยกใหญ่ ท่านคงเห็นอาการที่กำลังนั่งคิดของแต่ละรูป จึงพูดต่อไปว่าไม่ต้องไปนึกถึงใครอื่นไกลนะ คนชั่วที่อยู่ในตัวของเรานั่นล่ะ
.
คราวนี้ทุกคนยิ่งสะดุ้งหนักกว่าเดิม แต่เป็นอาการสะดุ้งที่มาพร้อมกับปัญญาที่ถูกสะกิดให้คิดพิจารณา ท่านสอนว่า ถ้าเราคบคนชั่วในตัว 3 คน คือ โลภะ โทสะ โมหะ  คนชั่วในตัวเหล่านี้ก็จะชักพาให้เราไปคบกับคนชั่วนอกตัวที่มีลักษณะเดียวกัน
ดังนั้นเราจึงต้องพิจารณาให้ดีว่า เราคบหากับคนชั่วในตัวมากน้อยเพียงใด
.
ทั้ง 3 คน ที่ท่านเอ่ยถึงนั้นทรงอิทธิพลถึงขั้นเรียกว่าเป็น มาเฟียของคนชั่ว ก็ว่าได้ เพราะ 3 คนชั่วนี้ มักจะดึงเราให้ไปคบกับคนชั่วรายใหม่ ๆ หรือถ้าเราคบคนชั่วรายอื่นอยู่บ้างแล้ว มาเฟียทั้ง 3 รายนี้ก็จะส่งเสริมให้คนชั่วอื่น ๆ ในตัวเราเจริญรุ่งเรืองและแผ่อิทธิพลความชั่วมากขึ้นไปอีก ลองมารู้จักมาเฟียแห่งความชั่วทั้ง 3 รายที่ว่านี้กัน
.
1. โลภะ คือ ความอยากได้ อยากมี อยากเป็น ไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักพอเสมือน ไฟไม่รู้จักพอด้วยเชื้อ มหาสมุทรไม่รู้จักเต็มด้วยน้ำ หากเรามีความอยากไม่เกินขอบเขต ไม่ออกนอกลู่นอกทางแห่งความสุจริต ก็ย่อมเป็นประโยชน์กับการก่อร่างสร้างตัว แต่หากไม่เคยพอก็มักจะจ้องหาช่องทางหาเอาเพิ่ม เอาอีก เอามากขึ้น อยากไต่บันไดให้สูงขึ้นตลอดเวลา โดยไม่เลือกวิธีการจนนำไปสู่การแสวงหาในทางทุจริต และเป็นโทษกับตนในที่สุด อาการสำคัญแห่งโลภะที่สังเกตได้ง่ายแต่อาจไม่รู้ตัวก็คือ ความเห็นแก่ตัว ทั้งนี้ “การเลิกคบโลภะ เริ่มต้นได้ด้วย การให้ทาน โดยควรทำทานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความอยากในตนให้ลดน้อยลงจนสลายไปในที่สุด” 
.
2.โทสะ คือ ความโกรธ คิดประทุษร้าย คิดล้างผลาญ เมื่อถูกความโกรธครอบงำ ระงับความโกรธไม่อยู่ ก็มักจะก่อกรรมทำเข็ญอย่างรุนแรง ทำร้ายบุคคลที่ทำให้โกรธไม่ได้ ก็ล้างผลาญทรัพย์สินของเขา  ทำร้ายญาติมิตรของเขา คนรอบตัวเขา เราน่าจะเคยเห็นตัวอย่างร้ายแรงของคนเจ้าโทสะกันมาบ้าง เราจึงต้องระวังรักษาตัวเราให้ดี หมั่นถามคนรอบข้างดูบ้างว่าเราเป็นคนมีโทสะแรงไหม บ่อยไหม ต้องพยายามลดการคบหาโทสะให้น้อยลงไปเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้เรากลายเป็นคนเจ้าโทสะ
ทั้งนี้ “การเลิกคบโทสะ ทำได้ด้วย การเจริญเมตตา แปลว่า การฝึกจิตให้คิดอยากเห็นผู้อื่น มีความสุขอยู่เสมอ ๆ ถ้าเราพยายามเข้าใจเขา มีเมตตาต่อเขา ความโกรธก็ยากที่จะดำรงอยู่ได้ ทำเช่นนี้สม่ำเสมอ โทสะก็จะห่างไกลไปเอง”
.
3.โมหะ คือ ความหลง ความงมงาย รู้อะไรแบบไม่แจ่มแจ้ง แยกแยะผิดชอบชั่วดีไม่ออก ถือเป็นคนมืดและย่อมทำความผิดต่าง ๆ ได้ตั้งแต่ผิดเล็กน้อยไปจนถึงผิดร้ายแรง ความหลงมักนำไปสู่ทัศนคติ พฤติกรรมที่สะท้อนความเขลาเบาปัญญา เช่น ลบหลู่คุณคน ตีตนเสมอท่าน อิจฉาริษยา โอ้อวดเกินจริง หูเบา คือฟังคำคนแล้วเชื่อโดยไม่ไตร่ตรอง มัวเมาในสิ่งที่ทำโดยไม่ฟังคำเตือนจากใครเลย เกียจคร้าน ผัดวันประกันพรุ่ง ไม่เร่งทำในสิ่งที่พึงทำในเวลา เป็นต้น ทั้งนี้ “การเลิกคบโมหะ ทำได้ด้วย การหมั่นใช้ปัญญา เท่านั้น ต้องหมั่นคิดพิจารณาแยกแยะชั่วดีให้แจ่มแจ้ง โดยเริ่มต้นจากการเปิดหู เปิดตา เปิดใจ คิดพิจารณาข้อมูลให้รอบด้าน แม้สิ่งนั้นจะไม่ต้องจริตของเราก็ตาม ปัญญาเป็นเสมือนมีดที่ลับบ่อย ๆ ก็จะคมและช่วยกรีดผ่านมายาทั้งหลายให้เราเห็นผิดชอบได้ชัดแจ้งขึ้นทำให้ห่างไกลจากโมหะได้ง่ายขึ้น” 
.
โลภะ โทสะ โมหะ ขึ้นชื่อว่าเป็น มาเฟีย เป็น รากเหง้าแห่งความชั่ว ก็แปลว่าจัดการไม่ง่าย แต่ไม่ได้แปลว่าจัดการไม่ได้
มาเริ่มขบวนการกวาดล้างมาเพีย และคนชั่วรายอื่น ๆ ในตัวของเราพร้อมกัน


ที่มา https://www.komchadluek.net/news/508464 
 

ญี่ปุ่นห้ามนักเรียนหญิง มัดผมหางม้า หวั่นทำให้นักเรียนชายมีอารมณ์ทางเพศ

เป็นเรื่องราวที่ทำเอาหลายคนงงกันตาแตกมาก สำหรับนักเรียนต่างชาติไม่ว่าจะบ้านเราหรือในประเทศอื่นๆ เกี่ยวกับกรณีที่มีการประกาศกฎระเบียบจากโรงเรียนบางแห่งในประเทศญี่ปุ่นว่าด้วยเรื่องการไว้ทรงผม หลังมีการออกกฎในโรงเรียนแห่งหนึ่งว่า ห้ามนักเรียนหญิง มัดผมหางม้า เพราะกลัวกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ จนเป็นที่ถกเถียงในสังคม
.
ซึ่งฟังดูก็แอบคล้ายการตัดผมสั้นเกรียนในบ้านเรา แต่หลายคนมองว่ามันรู้สึกย้อนแย้งแปลกๆในใจเพราะหลายคนรู้กันดีว่าญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องอุตสาหกรรมหนังโป๊ สื่อลามกแต่ขณะเดียวกันก็มีความเข้มงวดในระเบียบวินัย แต่ก็มีมาตรการที่เข้มงวดเกี่ยวกับการเข้าถึงสื่อลามกของเด็กๆอยู่



ซึ่งอดีตครูมัธยมต้นให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่า ผู้บริหารโรงเรียนแห่งหนึ่งบอกกับเขาว่า “ที่ออกกฏแบบนั้นเพราะพวกเขากังวลว่าเด็กผู้ชายจะมองนักเรียนหญิง ด้วยอารมณ์ทางเพศ คล้ายกับการออกฎให้นักเรียนหญิงใส่ชุดชั้นในสีขาวเท่านั้น”
.
แน่นอนว่ากฎนี้ทำให้เด็กๆไม่พอใจและมีการยื่นคำร้องต่างๆ บ้างก็ว่าลิดรอนเสรีภาพ กีดกันทางเพศ ในการออกกฎที่แม้แต่ตัวครูเองก็ยังหาเหตุผลในการออกกฎดังกล่าวออกมาไม่ได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมีการเปิดเผยว่าโรงเรียนบางแห่งก็สั่งให้ใส่ถุงเท้าแค่สีที่กำหนด และต้องจัดทรงคิ้วตามระเบียบของโรงเรียนอีกด้วย
.
อย่างไรก็ตามในบางโรงเรียนก็เริ่มมีการผ่อนคลายระเบียบแล้วแม้จะยังห้ามมัดผมม้าแต่ก็ให้ใส่ชุดชั้นในสีสุภาพได้แทนการใส่สีขาวเพียงอย่างเดียว


ที่มา https://www.brighttv.co.th/news/pony-tail 

จบศิลป์ - เกาหลี ไปต่อมหาวิทยาลัยไหนดี ?

ต้องยอมรับว่า กระแสเกาหลีฟีเวอร์ หรือที่เรียกกันว่า K-POP ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น ศิลปิน นักแสดง ไอดอลที่ขนทัพกันมาประเทศไทยอย่างมากมายในทุก ๆ ปี หรือจะเป็น เครื่องสำอาง อาหาร แฟชั่นเสื้อผ้า ที่มีให้ได้เห็นกันตลอด จึงปฎิเสธไม่ได้เลยว่าน้อง ๆ ในวัยมัธยมหลาย ๆ คน เลือกให้ภาษาเกาหลีเป็นภาษาที่สาม ในการเรียนรู้เพิ่มเติมนอกเหนือจากภาษาไทยและภาษาอังกฤษ น้อง ๆ หลาย ๆ คนเริ่มศึกษาภาษาเกาหลีโดยการเรียนรู้ด้วยตนเองหรือไปเรียนเพิ่มเติมตามสถาบันต่าง ๆ ในขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยในไทยหลาย ๆ มหาวิทยาลัยก็มีการบัญญัติหลักสูตรภาษาเกาหลีลงในการเรียนการสอนเพื่อตอบสนองความต้องการของน้อง ๆ เช่นกัน 
.
 โดยทีมงานได้รวบรวมรายชื่อมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรภาษาเกาหลีที่เป็นทั้งวิชาเอกและวิชาโทมาให้น้อง ๆ ที่สนใจ ได้ลองพิจารณาไว้อีกหนึ่งทางเลือก ไปดูกันว่ามีที่ไหนบ้าง ? ไปดูกัน 

1. มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะอักษรศาสตร์ 
- สาขาวิชาภาษาเอเชียตะวันออก (วิชาเอก-วิชาโทภาษาเกาหลี)
- สาขาวิชาเอเชียศึกษา โครงการพิเศษ (วิชาเอกภาษาเกาหลี)
2.มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาภาษาตะวันออก (วิชาเอกภาษาเกาหลี)
3.มหาวิทยาลัยนเรศวร คณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาภาษาเกาหลี
4.มหาวิทยาลัยบูรพา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาภาษาเกาหลี
5.มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาภาษาเกาหลี
6.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาภาษาเกาหลี
7. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาภาษาเกาหลี/วิชาโทภาษาเกาหลี
8.มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คณะมนุษยศาสตร์และประยุกต์ศิลป์ สาขาวิชาภาษาเกาหลี
.
นอกจากจะมีมหาวิยาลัยที่เปิดสอนวิชาเอกภาษาเกาหลีแล้ว บางมหาวิทยาลัยในไทยก็ยังมีเปิดสอนวิชาโท หรือวิชาเลือกเสรี ภาษาเกาหลีอีกด้วยเช่นกัน ในส่วนของการเรียนวิชาโทหรือวิชาเลือกเสรี ภาษาเกาหลีนั้น น้อง ๆ สามารถที่จะเลือกเรียนได้ตามหลักเกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนด
.
 9. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะอักษรศาสตร์ วิชาโทภาษาเกาหลี
10.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะมนุษยศาสตร์ วิชาโทภาษาเกาหลี
11.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ วิชาโทภาษาเกาหลี
12.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ วิชาโทสาขาวิชาเกาหลีศึกษา
.
โอกาสในการทำงาน สำหรับน้อง ๆ ที่มีความสงสัยว่าเรียนจบด้านภาษาเกาหลีมาเราจะได้ทำงานอะไร ปัจจุบันในประเทศไทยมีบริษัทเกาหลีค่อนข้างเยอะ และมีสายงานที่หลากหลายที่ต้องใช้ภาษาเกาหลีในการทำงาน นอกจากนี้ยังมีงานที่เกี่ยวกับสายการบินต่าง ๆ งานแปลเอกสาร ล่าม งานด้านการท่องเที่ยวและโรงแรม (ไกด์, พนักงานต้อนรับ) และครูสอนภาษาเกาหลี เรียกได้ว่าเรียนไปไม่เสียดายแน่นอน


ที่มา https://www.trueplookpanya.com/tcas/article/detail/60863 
 

มาคาเลียส ชวนเที่ยวแบบมีโปร สงกรานต์สุขใจ เที่ยวไทยใกล้กรุง

มาคาเลียส (Makalius) สตาร์ทอัพธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์ชั้นนำของประเทศไทย เผยภาพรวมการท่องเที่ยวไทยเริ่มฟื้นตัว ปัจจัยหลักจากภาครัฐคลายล็อกดาวน์ พร้อมเดินหน้าฉีดวัคซีนโควิด-19 เกินกว่าครึ่ง ส่งผลให้คนไทยออกมาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น เพราะมั่นใจในสถานการณ์ปัจจุบัน เตรียมพร้อมจับมือพันธมิตรโรงแรมดังใกล้กรุง Bayphere Pattaya by Best Western Premier, Golden Tulip Pattaya Beach Resort, The SPA KohChang Resort, Talay Tara Resort Pranburi, The Antique Riverside Ratchaburi, Tongtaphaview samed Resort Rayong, Coral Tree Villa Resort Huahin อัดโปรโมชั่นแรง ดักกำลังซื้อคนไทยเตรียมเที่ยวช่วงสงกรานต์ พร้อมย้ำผู้ประกอบการรักษามาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยอย่างเข้มงวด
.
โดยมาคาเลียส คาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง จะเป็นช่วงสำคัญที่นักท่องเที่ยวจะออกมาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น จึงได้ร่วมมือพันธมิตรจัดโปรโมชั่นพิเศษ “สงกรานต์สุขใจ เที่ยวไทยใกล้กรุงกับมาคาเลียส” เพื่อคืนความสุขให้กับนักท่องเที่ยวที่เตรียมตัวท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์กับส่วนลดสูงสุดกว่า 80% พร้อมมอบบริการพิเศษที่ซ้ำแบบใคร และยังมีบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติอีกมากมาย อาทิ Baiyoke Dinner Buffet, Seafresh Seafood Buffet, BNPCuisine  โดยจะเริ่มเปิดจองวอเชอร์ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม ถึงวันที่ 4 เมษายน 2565 ที่ “มาคาเลียส” (Makalius) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ 02 821 5215 หรือ Line @makalius


นางสาวณีรนุช ไตรจักร์วนิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาคาเลียส ประเทศไทย จำกัด (Makalius) กล่าวว่า “ภายหลังจากภาครัฐบาลได้มีมาตรการเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 รวมถึงการคลายล็อกดาวน์ในช่วงต้นปี 2565 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนเริ่มเกิดความมั่นใจและออกมาท่องเที่ยวกันเพิ่มมากขึ้น ทำให้ภาพรวมการท่องเที่ยวภายในประเทศเกิดการฟื้นตัวตามลำดับ จากการสำรวจอัตราการซื้อของผู้บริโภคมาคาเลียส พบว่า กว่า 50% เริ่มหันมาจองวอเชอร์ที่พักสำหรับการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น จากเดิมจะเน้นไปที่การจองวอเชอร์รับประทานอาหารบนเรือสำราญ ซึ่งที่พักยอดนิยมส่วนใหญ่จะไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ได้แก่ เกาะช้าง กาญจนบุรี พัทยา หัวหิน เป็นต้น ส่วนอัตราการซื้อวอเชอร์ในแต่ละครั้งเฉลี่ยที่ 5,000-10,000 บาทต่อครั้ง และยังคงรูปแบบการท่องเที่ยวกับกลุ่มคนใกล้ชิด อย่างคู่รักและครอบครัว อีกทั้งยังเลือกที่พักที่มีบริการครบจบในสถานที่เดียว
.
นางสาวณีรนุช กล่าวต่อว่า “อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ภาพรวมการท่องเที่ยวในประเทศไทยจะเริ่มกลับมาฟื้นตัว แต่ด้านผู้ประกอบการก็อย่านิ่งนอนใจ และควรเข้มงวดในเรื่องของมาตรการด้านสุขอนามัยอยู่ตลอดเวลา เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและช่วยให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศไทยกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง”


ที่มา https://www.makalius.co.th/ 
 

"สมเกียรติ จันทรา" บิดโหดสุดไมล์ สร้างประวัติศาสตร์คนไทยคนแรกคว้าแชมป์ "โมโตทู"

"ก้อง" สมเกียรติ จันทรา จากทีม "อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย" นักบิดหนุ่มวัย 23 ปี บิดโหด สร้างประวัติศาสตร์คนไทยคนแรกคว้าแชมป์ "โมโตทู" ศึกมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลก คลาส "โมโตทู" ในรายการ "อินโดนีเซียน กรังด์ปรีซ์" ไปครองได้สำเร็จ
เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการชิงชัยในรอบแข่งขันจริง
.
นักบิดหนึ่งเดียวจากไทยสังกัดทีม "อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย" ที่ได้ออกจากสตาร์ทจากกริดที่ 4 โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เร่งเครื่องขึ้นมาเป็นผู้นำตั้งแต่โค้งแรกของการแข่งขัน สุดท้ายยอดนักบิดชาวไทยวัย 23 ปี รักษาระยะห่างในการเป็นผู้นำกับผู้ตามได้อย่างยอดเยี่ยม นำม้วนเดียวจบ เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 1 ด้วยเวลา 25 นาที 40.876 วินาที ผงาดแชมป์ "อินโดนีเซียน กรังด์ปรีซ์" ไปครองได้สำเร็จ
.
ส่วนอันดับ 2 เป็นของ เคเลสติโน เวียตติ นักบิดชาวอิตาเลียน สังกัดมูนีย์ วีอาร์ 46 เรซซิ่งทีม ตามหลัง 3.230 วินาที และอันดับ 3 เป็นของ อารอน คาเน็ต นักบิดชาวสแปนิช สังกัดทีมเฟล็กซ์บ็อกซ์ เอชพี 40 ตามหลัง 4.366 วินาที
.
ทั้งนี้ "เจ้าก้อง" สมเกียรติ จันทรา จากทีม "อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย" สร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นนักบิดไทยคนแรก ที่สามารถคว้าแชมป์ "โมโตทู" มาครองได้สำเร็จ



โดยตารางคะแนนรวมแชมป์โลกรุ่นโมโตทู "เจ้าก้อง" กระโดดขึ้นมา 14 อันดับ รั้งที่ 4 ของตาราง มี 25 คะแนน ส่วนผู้นำเป็นของ เคเลสติโน เวียตติ จากอิตาลี มี 45 คะแนน ส่วนอันดับ 2 เป็นของ อารอน คาเน็ต นักบิดชาวสแปนิช มี 36 คะแนน และอันดับ 3 เป็นของ แซม โลว์ส จากสหราชอาณาจักร มี 29 คะแนน
.
สำหรับสนามต่อไป สมเกียรติ จันทรา มีคิวเดินทางไปชิงชัยกันต่อสนามที่ 3 ที่ประเทศอาร์เจนติน่า รายการ "อาร์เจนติน่ากรังด์ปรีซ์" ในวันที่ 3 เมษายน 2565 นี้ 


ที่มา https://mgronline.com/sport/detail/9650000027216 
 

ภูริพล บุญสอน นักวิ่งหนุ่มจอมทำลายสถิติ

"บิว" ภูริพล บุญสอน แจ้งเกิดเต็มตัวหลังจากที่วิ่งทำเวลา 10.19 วินาทีนี้ ในกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 47 "ศรีสะเกษเกมส์" ที่มรภ.ศรีสะเกษ ในวันที่ 19 มีนาคม 2565 ทำลายสถิติประเทศไทยของเหรียญชัย สีหะวงษ์ ที่เคยทำได้ในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ 1998 ที่ประเทศไทยด้วยเวลา 10.23 วินาที และยังเป็นการทำลายสถิติประเทศไทยในรอบ 23 ปีเศษ และยังเป็นการทำลายสถิติกีฬาแห่งชาติที่ จิระพงศ์ มีนาพระ เคยทำไว้ด้วยเวลา 10.31 วินาที
.
ภูริพล บุญสอน เปิดเผยความรู้สึกของการทำลายสถิติประเทศไทยครั้งนี้ว่า   "กีฬาแห่งชาตินี่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้วิ่ง แล้วก็โอเคกับเวลามากๆครับ เพราะไม่เคยได้เวลาเท่านี้มาก่อนเลย"


"ครั้งแรกที่เข้าแคมป์มาก็ไม่ได้แรงมากครับ สถิติอยู่ที่ 10.8 วินาที แต่สมัยที่เข้ามาที่แคมป์ใหม่ๆ พี่เขาก็ให้คำแนะนำว่าวิธีการวิ่งเป็นยังไง  อยู่ในแคมป์ 2-3 เดือนก็ได้รู้เทคนิคมากขึ้นและจะพัฒนาตัวเองต่อไป" ก่อนหน้านี้ ภูริพล บุญสอน เริ่มวิ่งมาตั้งแต่อายุประมาณ 8 ปี ตั้งแต่อยู่ชั้น ป.2  โดยมุ่งเป้าเล่นกีฬาชนิดนี้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
.  
และ “บิว” ยังคงแรงไม่หยุดด้วยการทำลายสถิติประเทศไทยในการแข่งขันวิ่ง 200 ม. ชาย ลงได้อีก 1 รายการ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ วิ่ง 200 ม. ชาย มีนักกีฬาลงชิงชัยทั้งสิ้น 8 คน ผลปรากฎว่าเหรียญทองตกเป็นของ ภูริพล บุญสอน ลมกรดหนุ่มวัยเพียง 16 ปี จากสมุทรปราการ ที่เข้าเส้นชัยเป็นคนแรกด้วยเวลา 20.58 วินาที ส่วนเหรียญเงินเป็นของ ธวัชชัย หีมเอียด จากชัยภูมิ ทำเวลา 21.18 วินาที และ เหรียญทองแดง ชยุตม์ คงประสิทธิ์ จากกรุงเทพฯ ทำเวลา 21.26 วินาที


จากเวลาดังกล่าวของ ภูริพล ถือเป็นการทำลายสถิติประเทศไทย ของ เหรียญชัย สีหะวงษ์ นักวิ่งรุ่นพี่ที่ทำเอาไว้ 20.69 วิ. ใน กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่กรุงบันดาเสรีเบกาวัน ประเทศบรูไน เมื่อปี 1999 และถือเป็นการทำลายสถิติประเทศไทยได้ใน 2 วันติดต่อกัน
.
โดย "บิว" ภูริพล บุญสอน เหลือการแข่งขันวิ่งผลัด 4X100 เมตรในวันที่ 21 มีนาคมนี้ และจะมีโปรแกรมไปแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2021 ที่ประเทศเวียดนาม  ซึ่งภูริพลมีชื่อแข่งขันในประเภทวิ่ง 100 เมตรและ 200 เมตร และเป็นความหวังของการคว้าเหรียญรางวัลตามเป้าหมายของสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์


ที่มา https://www.sanook.com/sport/1359581/ 
 

นักเรียนนามสกุลสุดยาว ลำบากไหม ? ตอนขานชื่อ

แชร์สนั่นโซเชียลอีกแล้ว เมื่อชาวเน็ตได้มีการแชร์ ภาพของเด็ก "นักเรียน" นามสกุลยาวมาก  อาจจะเรียกได้ว่าเป็นเด็กนักเรียนที่มีนามสกุลยาวที่สุดในโลกเลยก็ได้ ซึ่งได้มีเพจเฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ระบุข้อความว่า นางสาว เจนจิรา เลิศรัตนโสภาพิบูรณ์ชัยศรีรัตน์ศิริกุลศุลกากรสุริญะกานต์อัญมณีแห่งฉัตรพิทักษ์ไพศาล  
.
งานนี้ชาวเน็ตสงสัยหนักมาก ต่างตั้งคำถามว่านามสกุลยาวๆ แบบนี้มีจริงมั้ย ตั้งจริงๆ หรือล้อเล่น จริงหรือที่นามสกุลจะยาวขนาดนี้ นายทะเบียนของอำเภอเขายอมจดทะเบียนนามสกุลให้หรือ ? 


ทั้งนี้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้ออกมาตอบว่า "นักเรียน" ที่ใช้นามสกุลดังกล่าวไม่มีอยู่จริง เด็กทำเพื่อความคึกคะนองเท่านั้น ซึ่งทางด้านครูได้กล่าวตักเตือนไปแล้ว


ที่มา https://www.komchadluek.net/hot-social/508978 
 

เปิด 5 อันดับโรงเรียนดังกรุงเทพฯ เด็กสมัครสอบเข้าเรียนระดับชั้น ม.1 และ ม.4 มากที่สุด

ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดรับสมัครนักเรียนเข้าศึกษาต่อระดับชั้น ม.1 และ ม.4 สังกัด สพฐ. ปีการศึกษา 2565 เมื่อวันที่ 9-13 มีนาคมที่ผ่านมา โดยจะมีการสอบคัดเลือกระดับชั้น ม.1 ในวันที่ 26 มีนาคม ประกาศผลและรายงานตัววันที่ 30 มีนาคม ส่วนระดับชั้น ม.4 สอบคัดเลือกวันที่ 27 มีนาคม ประกาศผลและรายงานตัววันที่ 31 มีนาคม
.
เมื่อสำรวจตัวเลขนักเรียนที่สมัครเข้าเรียนระดับชั้น ม.1 และ ม.4 ของโรงเรียนในพื้นที่ กทม.ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร (สพม.) เขต 1 และเขต 2 ดังจะพบ 5 ลำดับแรกของผู้สมัครเข้าศึกษาทั้ง 2 เขต ต่อดังนี้
.
1. โรงเรียนในสังกัด สพม.เขต 1 กทม.จำนวน 65 แห่ง โดย 5 อันดับโรงเรียนที่มีนักเรียนสมัครเข้ามาจำนวนมากที่สุดมีดังต่อไปนี้
.
สพม. เขต 1 : ระดับชั้น ม.1
1. ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย แผนรับ 249 สมัคร 1,437
2. ร.ร.สามเสนวิทยาลัย แผนรับ 252 สมัคร 867
3. ร.ร.สตรีวิทยา แผนรับ 378 สมัคร 846
4. ร.ร.โพธิสารวิทยากร แผนรับ 420 สมัคร 823
5. ร.ร.รัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน แผนรับ 378 สมัคร 784
.
สพม. เขต 1 : ระดับชั้น ม.4
1. ร.ร.สามเสนวิทยาลัย แผนรับ 99 สมัคร 1,004
2. ร.ร.โยธินบูรณะ แผนรับ 118 สมัคร 668
3. ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย แผนรับ 74 สมัคร 478
4. ร.ร.โพธิสารพิทยากร แผนรับ 50 สมัคร 431
5. ร.ร.ศึกษานารี แผนรับ 100 สมัคร 329

2. โรงเรียนในสังกัด สพม. เขต 2 จำนวน 52 โรงเรียน มี 5 อันดับโรงเรียนที่มีนักเรียนสมัครเข้ามามากที่สุดได้แก่
.
สพม. เขต 2 : ระดับชั้น ม.1
1. ร.ร.หอวัง แผนรับ 378 สมัคร 1,134
2. ร.ร.เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ แผนรับ 546 สมัคร 1,048
3. ร.ร.ฤทธิยะวรรณาลัย แผนรับ 504 สมัคร 999
4. ร.ร.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) แผนรับ 504 สมัคร 986
5. ร.ร.บดินทรเดชา (สิง สิงหเสนี) 2 แผนรับ 504 สมัคร 905
.
สพม. เขต 2 : ระดับชั้น ม.4
1. ร.ร.หอวัง แผนรับ 336 สมัคร 1,230
2. ร.ร.เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ แผนรับ 714 สมัคร 1,133
3. ร.ร.บดินทรเดชา (สิง สิงหเสนี) แผนรับ 630 สมัคร 1,120
4. ร.ร.สตรีวิทยา 2 ในพระราชูปถัมภ์ฯ แผนรับ 546 สมัคร 1,043
5. ร.ร.เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า แผนรับ 462 สมัคร 778
.
อย่างไรก็ตาม ในการจัดสอบ นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า การจัดสอบคัดเลือกนักเรียนให้จัดสอบเฉพาะโรงเรียนที่มีนักเรียนมาสมัครเกินจากแผนการรับนักเรียนเท่านั้น ไม่อนุญาตให้โรงเรียนที่มีนักเรียนมาสมัครไม่เต็มแผนจัดสอบคัดห้อง
.
กรณีเป็นเด็กที่สัมผัสเสี่ยงสูง และเด็กติดเชื้อ หากสามารถเดินทางมาสอบที่โรงเรียนรับสมัครได้ ให้โรงเรียนดำเนินการให้เด็กกลุ่มดังกล่าวได้สอบทุกคน โดยให้จัดห้องสอบแยกเป็นสัดส่วน ได้แก่ เด็กปกติ เด็กกลุ่มเสี่ยง และเด็กติดเชื้อโควิด-19 โดยให้ดำเนินการจัดสอบตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อย่างเคร่งครัด และให้เขตพื้นที่ทุกเขต กำกับ ดูแล และช่วยเหลือสถานศึกษาดำเนินการรับนักเรียนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนศูนย์ประสานงานการรับนักเรียนของทุกเขตพื้นที่จัดตั้งคอลเซ็นเตอร์สำหรับชี้แจงข้อมูลการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง


ที่มา https://www.prachachat.net/education/news-889135 
 


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STUDY TIMES
Take Me Top